ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 11 (การรับรู้สถานการณ์อันตราย)

By | June 2, 2014

กรมการขนส่งทางบก ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์การสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557  โดยการนำเอาข้อสอบจำนวนทั้งหมด 1,000 ข้อ จาก 11 หมวดมาสุ่มออกข้อสอบ ทาง Zcooby ได้ทำการรวบรวมข้อสอบทั้งหมดโดยแยกแต่ละหมวดเพื่อให้ใช้งานง่าย โดยหมวดนี้จะเป็น ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 11 (การรับรู้สถานการณ์อันตราย)

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ทั้งหมด 11 หมวด (คลิ้กแต่ละตอนได้เลยครับ)

*************************************************

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 11 (การรับรู้สถานการณ์อันตราย)

รถยนต์ ก. และรถยนต์ ข. วิ่งมาถึงทางแยกพร้อมกัน  และเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวกัน  ดังรูป

ก. รถยนต์ ก. เป็นฝ่ายผิด

ข. รถยนต์ ข. เป็นฝ่ายผิด

ค. ทั้งรถยนต์ ก. และรถยนต์ ข. ผิดด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย

ง. ไม่มีรถยนต์ฝ่ายใดผิด

 

รถ ก. , ข. และ ค. เลี้ยวซ้ายพร้อมกัน คันใดกระทำผิดกฎหมาย (รูปภาพ)

 

ก. รถคัน ก. และ ข. ผิด  เพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน

ข. รถคัน ก. และ ค. ผิด  เพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน

ค. รถคัน ข. และ ค. ผิด  เพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน

ง. รถคัน ก., ข. และ ค. ผิด  เพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน

 

จากรูป  สมมติว่าท่านเป็นผู้ขับรถคัน ก.  และมีความประสงค์จะขับเข้าซอยซ้ายมือด้านหน้า

รถโดยสารประจำทางที่กำลังจอดรับส่งผู้โดยสารที่ป้ายรถเมล์  ท่านต้องขับรถอย่างไรจึงจะปลอดภัย

ก. หยุดรถหลังรถโดยสารประจำทาง  รถให้รถโดยสารประจำทางขับออกไปก่อนแล้วค่อยขับเลี้ยวเข้าซอย

ข. ขับแซงด้านซ้ายรถโดยสารประจำทางแล้วค่อยเลี้ยวซ้ายเข้าซอย

ค. ขับแซงด้านขวารถโดยสารประจำทางแล้วค่อยเลี้ยวซ้ายเข้าซอย

ง. ถูกทั้งข้อ ก, ข. และ ค.

 

สมมติว่าท่านขับรถคัน ก. ออกจากห้างสรรพสินค้า  ซึ่งมีป้ายรถเมล์อยู่หน้าห้างดังรูป  ท่านจะต้อง

ขับรถอย่างไรจึงจะปลอดภัย  

 

ก. หยุดรถบริเวณทางออกดูรถด้านขวามือ  ถ้าไม่มีรถวิ่งมาก็ขับรถเลี้ยวขวาแซงรถประจำทาง

ออกไป

ข. หยุดรถบริเวณทางออก ดูรถด้านขวามือ ถ้าไม่มีรถวิ่งมาก็ดูรถด้านซ้ายมือว่ามีรถมาจอดต่อท้ายรถโดยสารประจำทางหรือไม่

ถ้าด้านซ้ายมือไม่มีรถก็ขับรถออกไป

ค. ไม่ต้องหยุดรอ ขับเลี้ยวซ้ายออกมาต่อท้ายรถโดยสารประจำทาง

ง. ถูกทุกข้อ

 

จากรูปเป็นการชนประสานงากันระหว่างรถคัน ก และ รถคัน ข ถามว่ารถ ก. หรือ รถ ข. เป็นฝ่ายผิด เพราะอะไร 

 

ก. รถ ก. ผิด เพราะแซงซ้ายบนทางโค้งส่วนรถ ข. ถูก เพราะช่องที่ขับมาเป็นไหล่ทางไม่ใช่

ข. รถ ก. ผิด เพราะขับรถย้อนศร ส่วนรถ ก. ถูกเพราะเป็นไหล่ทางช่องรถวิ่งสามารถขับได้

ค. รถ ก. เป็นฝ่ายถูก เพราะขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย ส่วนรถ ข. เป็นฝ่ายผิด เพราะขับรถ

ชิดขอบทางด้านขวา

ง. รถ ก. ผิด เพราะแซงด้านซ้าย  ส่วนรถ ข. ผิดเพราะขับรถย้อนศร

 

สมมติท่านขับรถคัน ก.  ในระหว่างที่ขับรถอยู่นั้นรถในช่องทางด้านขวามือของท่านตั้งแต่รถคัน ข. ลงมา อยู่ ๆ ก็หยุดรถ

ท่านเห็นรถในช่องขวามือของท่านหยุด ท่านจะทำอย่างไร  

 

ก. ขับรถต่อไป  เพราะช่องเดินรถของท่านโล่งสามารถขับรถต่อไปได้

ข. เร่งเครื่องยนต์รีบขับขึ้นหน้ารถด้านขวามือ

ค. ชะลอความเร็ว  เนื่องจากไม่แน่ใจว่ารถด้านขวาหยุดให้ผู้โดยสารลงรถหรือไม่

ง. หยุดรถ  เพราะคาดว่าทางข้างหน้าอาจจะมีคนข้ามถนน

 

ท่านขับรถตามหลังรถโดยสารประจำทาง  เมื่อถึงป้ายรถเมล์  รถโดยสารประจำทางจอดให้ผู้โดยสาร

ขึ้นและลงรถ  เมื่อท่านเห็นรถโดยสารประจำทางหยุด  ท่านจะทำอย่างไร

 

ก. ขับแซงด้านขวาขึ้นหน้ารถโดยสารประจำทาง

ข. หยุดรถหลังรถโดยสารประจำทาง  เพราะอาจจะมีคนโดยสารรถโดยสารประจำทางเดินตัดหน้ารถโดยสารประจำทาง

ค. ดูว่ามีรถด้านขวาหรือไม่  ถ้าไม่มีรถก็แซงด้านขวา

ง. ชะลอความเร็ว  เตรียมแซงรถโดยสารประจำทางด้านซ้ายหรือด้านขวา

 

เมื่อท่านขับรถยนต์ไปในทางโค้งด้านขวา รถเสียหลักหลุดโค้งออกไปด้านซ้ายลงข้างทางไปชน

เสาไฟฟ้า  ถามว่าท่านกระทำผิดกฎหมายจราจรทางบกหรือไม่

ก. ไม่มีความผิด  เพราะไม่มีคู่กรณี

ข. ไม่มีความผิด  เพราะท่านทำให้เกิดอุบัติเหตุเอง

ค. มีความผิด  เนื่องจากไม่ชะลอความเร็วของรถเมื่อขับรถในทางโค้ง

ง. มีความผิด  เพราะขับรถไปชนเสาไฟฟ้า

 

เมื่อท่านขับรถที่มุ่งหน้าเข้าหาหน้าผาของภูเขาสูงแสดงว่า  

 

ก. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นตัดผ่านภูเขา

ข. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นจะต้องเป็นทางโค้งขวาหรือโค้งซ้าย

ค. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นอาจเป็นทางตันไม่สามารถขับผ่านไปได้

ง. ถูกทั้งข้อ ก, ข. และ ค.

 

ท่านเห็นรถ ก. ชนกับรถ ข. อย่างแรงจนรถทั้ง 2 คันพังยับเยินผู้ขับรถทั้ง 2 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ตรงบริเวณสามแยก  โดยเห็นว่ารถ ข. วิ่งออกจากซอย ชนกับรถ ก. ที่วิ่งมาบนถนนสายหลัก  ดังรูปถามว่ารถคันใดทำผิดกฎหมาย  เพราะอะไร  

ก. ผู้ขับรถ ก. ผิด เพราะไม่ลดความเร็วเมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก

ข. ผู้ขับรถ ข. ผิด เพราะไม่ให้รถที่มีสิทธิ์ผ่านไปก่อน

ค. ทั้งผู้ขับรถ ก. และผู้ขับรถ ข. ผิดด้วยกันทั้งคู่ ด้วยเหตุผลตามข้อ ก. และ ข.

ง.  ผิดทั้งคู่ เพราะผู้ขับรถ ก. ไม่ลดความเร็วเมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก และผู้ขับรถ ข.  ไม่ให้รถที่มีสิทธิ์ผ่านไปก่อน

 

เมื่อท่านจะขับรถออกจากปากซอย ดังรูป  เหตุการณ์ใดต่อไปนี้ที่ท่านเป็นฝ่ายถูก

 

ก. ท่านเลี้ยวซ้ายทันที

ข. ท่านเลี้ยวขวาทันที

ค. ท่านขับตามช่องทางเดินรถไป 1 ช่องแล้วเลี้ยวขวา

ง. ท่านขับรถถึงปากซอยแล้วหยุดทันที

 

ท่านขับรถคัน ก.  เมื่อท่านขับรถถึงบริเวณสี่แยกที่ไม่มีไฟสัญญาณจราจร (ดังภาพ)  กรณีใดที่ท่านไม่ใช่เป็นฝ่ายผู้กระทำผิด

ก. เลี้ยวซ้ายทันที

ข. เลี้ยวขวาทันที

ค. ขับตรงไปทันที

ง. หยุดทันทีเมื่อถึงทางแยก

 

ในขณะที่ท่านกำลังขับรถเลี้ยวขวา ดังรูป ท่านเห็นว่าเบรกไม่ทันรถของท่านจะชนรถคันหน้าจะหักพวงมาลัยรถไถลลงข้างทางไปชนต้นไม้  ถามว่าการกระทำของท่านทำผิดกฎหมายจราจรทางบกหรือไม่

ก. ไม่ผิด  เพราะไม่ได้ชนรถที่อยู่ข้างหน้า

ข. ผิด  เพราะไม่ได้ขับในช่องทางเดินรถแต่ไปชนต้นไม้

ค. ผิด  เพราะไม่ลดความเร็วของรถเมื่อขับผ่านทางร่วมทางแยก

ง. ไม่ผิด  เพราะไม่มีผู้เสียหาย

 

ข้อใดที่แสดงว่า  ท่านขับรถไม่เป็น

ก. ขณะที่กำลังขับรถอยู่  มีสุนัขวิ่งตัดหน้ารถ ท่านหักหลบสุนัขลงข้างทาง

ข. ขณะที่กำลังขับรถอยู่ ถูกรถที่ตามหลังมาชนท้ายอย่างแรงจนรถของท่านไปกระแทก

รถคันข้างหน้า

ค. ขณะที่กำลังเลี้ยวซ้ายเข้าที่จอดรถ  มีรถขับตัดหน้าแย่งเข้าจอดรถ ท่านจึงเหยียบเบรกอย่างแรง

แต่รถก็ยังชนรถที่ตัดหน้า

ง. ขับรถไปซื้อของที่หน้าปากซอยท่านก็คาดเข็มขัดนิรภัย

 

ท่านขับรถคัน ก.  เหตุการณ์ต่อไปนี้  ท่านเป็นฝ่ายกระทำผิดเพราะอะไร 

 

ก. แซงอย่างผิดกฎหมาย

ข. ขับล้ำเข้าไปในช่องทางรถสวน

ค. ไม่ลดความเร็วของรถเมื่อขับผ่านทางโค้ง

ง. ขับรถย้อนศร

 

ท่านขับรถคัน ข.  จากรูปรถของท่านถูกรถของนาย ก. คัน ก. ชนบริเวณสี่แยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร  

ก. ยาย ก. ผิด เพราะไม่ลดความเร็วในรถขณะขับผ่านทางร่วมทางแยก

ข. ท่านเป็นฝ่ายผิด  เพราะกลับรถในบริเวณทางร่วมทางแยก

ค. ท่านเป็นฝ่ายผิด  เนื่องจากประมาท

ง. ทั้งท่านและนาย ก. ผิด เพราะขับรถโดยประมาท

 

รถของท่าน (คัน ข.) ชนกับรถของนาย คัน ก.  ตรงบริเวณที่ท่านกำลังเลี้ยวขวาเข้าซอย ดังรูป 

ก. ท่านเป็นฝ่ายผิด เพราะขับล้ำเข้าในช่องทางรถสวน

ข. ฝ่ายนาย ก. เป็นฝ่ายผิด  เพราะไม่ยอมให้รถเลี้ยวเข้าซอยไปก่อน

ค. ท่านเป็นฝ่ายผิด  เพราะไม่ได้ให้สัญญาณเลี้ยวขวา

ง. ฝ่ายนาย ก. เป็นฝ่ายผิด  เพราะไม่ลดความเร็วของรถขณะขับผ่านทางร่วมทางแยก

 

สมมติว่าในขณะที่ท่านรอข้ามถนนได้เห็นเหตุการณ์รถตู้ส่งของมีคนนั่ง 2 คนถูกรถเก๋งชนท้าย

ด้านขวา  ทำให้รถตู้หมุน 3 รอบ คนขับรถตู้กระเด็นออกจากตัวรถ ศีรษะฟาดพื้นถนนเสียชิวิต

ถามว่า  เพราะเหตุใดคนขับรถตู้จึงกระเด็นออกจากตัวรถ

ก. รถตู้ถูกชนอย่างแรงจนหมุนเหวี่ยงคนขับให้กระเด็นออกจากตัวรถ

ข. รถเก๋งชนท้ายรถตู้ในมุมเฉียง ๆ ด้านขวา  จึงทำให้รถตู้หมุนอย่างแรง

ค. คนขับรถเก๋งคาดเข็มขัดนิรภัย  ส่วนคนขับรถตู้ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย

ง. คนขับรถเก๋งขับรถด้วยความเร็วสูง  ส่วนรถตู้ขับช้า ๆ จึงถูกชนอย่างแรง

 

สมมติว่า นาย ก. มีโปรแกรมขับรถตู้พาครอบครัวจากกรุงเทพฯไปท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยออกเดินทางในเวลา 02.00 น.  คาดว่าจะไปถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอนในเวลาประมาณ 20.00 น.

เมื่อขับรถติดต่อกันเป็นเวลา 12 ชั่วโมง  ปรากฏว่ารถเสียหลักแฉลบลงข้างทางชนต้นไม้  เป็นเหตุ

ครอบครัวของนาย ก.ได้รับบาดเจ็บหลายคน ท่านพอจะสันนิษฐานได้หรือไม่ว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

เนื่องมาจากสาเหตุใด

ก. นาย ก. หลับในขณะขับรถ

ข. นาย ก. และคนในครอบครัวของนาย ก. หลับใน

ค. นาย ก. ไม่ชำนาญเส้นทาง

ง. ข้อ ก. และ ข้อ ค. ถูก

 

ข้อใดเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นกับรถที่ขับช่องขวาสุด

ก. ถูกรถในช่องทางขับข้ามเกาะกลางมาชนประสานงา

ข. ขับชนท้ายรถคันที่ขับอยู่ข้างหน้า

ค. ขับชนท้ายรถที่กำลังเลี้ยวกลับรถ

ง. หลบรถที่ขับตัดหน้าลงข้างทาง

 

เมื่อท่านจะขับรถผ่านบริเวณที่เป็นสี่แยกเล็ก ๆ ดังรูป  ท่านคาดการณ์ว่าจะมีเหตุการณ์ใดบ้าง

ที่เกิดขึ้นกับท่าน  

ก. น่าจะมีรถพุ่งออกจากซอยซ้ายมือมาตัดหน้าท่าน

ข. น่าจะมีรถพุ่งออกจากซอยขวามือเลี้ยวขวาตัดหน้าท่าน

ค. น่าจะมีรถสวนฝั่งตรงข้ามท่านเลี้ยวขวาตัดหน้าท่าน

ง. เป็นไปได้ทุกข้อ

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่าน Facebook

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *