Internet of Things คืออะไร? เมื่ออินเทอร์เน็ตเริ่มแทรกเข้าไปอยู่ในทุกสิ่ง!!

ในช่วงนี้อาจมีหลายคนที่ได้ยินได้เห็นคำว่า Internet of Things ผ่านหูผ่านตาอยู่ อาจจะสงสัยว่า มันคืออะไร? และจะมีผลกระทบอะไรต่อชีวิตของเราบ้าง วันนี้ Zcooby เลยอยากจะขอแนะนำบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ

Internet of Things คืออะไร?

หากแปลกันอย่างตรงตัวแล้ว Internet of Things ก็น่าจะแปลได้ว่า “อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง” แต่จริงแล้ว คำนี้ก็คือ แนวความคิดในการใส่คอมพิวเตอร์อัจฉริยะลงไปใน “ทุกสิ่ง” เพื่อให้มนุษย์สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กจะถูกติดตั้งลงในอุปกรณ์ต่างๆ และใช้อินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อข้อมูล,สั่งการทำงาน โดยคิดคำนวนแทนคนได้มากขึ้น

ซึ่งเมื่อแนวคิดนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น ก็ยิ่งมีการใช้อย่างแพร่หลายต่อจากเรื่องของคลาวด์ และ Big Data ซึ่งข้อมูลที่ใช้มีแนวโน้มการใช้ข้อมูลมากกว่า คอมพิวเตอร์และมือถือที่เคยใช้รวมกันมหาศาลครับ

พัฒนาการของ Internet of Things

แรกเริ่ม คนส่วนมากเริ่มรู้จัก ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกกันว่า สมาร์ทโฟน โดยได้พัฒนาจากเริ่มต้นที่ทำได้เพียง โทรเข้า โทรออก รับส่งข้อความ (SMS) จนเมื่อระบบอินเทอร์เน็ตถูกพัฒนาขึ้น และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้มือถือเครื่องหนึ่ง สามารถทำอะไรได้หลากหลายมากขึ้นมาจนถึงปัจจุบันนี้

ในปัจจุบันนี้ เราเริ่มเห็นการนำเอาคอมพิวเตอร์อัจฉริยะใส่เข้าไปอุปกรณ์ต่างๆ เช่น

  • เรามีสมาร์ททีวี ที่นอกจากชมรายการโทรทัศน์ปกติ ยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อชมรายการบนโลกออนไลน์หรือค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่น่าสนใจในอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย
  • ระบบการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้านานาชนิดภายในบ้านด้วย มือถือเครื่องเดียว
  • Apple ที่พัฒนานาฬิกา Apple Watch หรือยัดระบบปฎิบัติการ CarPlay ลงในรถยนต์เพื่อสั่งการต่างๆ เพียงปลายนิ้ว
  • Google เริ่มพัฒนารถยนต์ที่ไร้คนขับ โดยการใส่คอมพิวเตอร์อัจฉริยะเข้าไปคิดคำนวณการขับรถแทนมนุษย์
  • ฯลฯ

จนถึงตอนนี้ เราได้พบว่า มี Internet of Things เข้าไปอยู่ในทุกสิ่งจริงๆ เช่น

  • Smart Tooth Brush แปรงสีฟันอัจฉริยะ
  • Smart Egg Tray สามารถตรวจสอบได้ว่า เหลือไข่อยู่ที่บ้านกี่ฟองผ่านทางสมาร์ทโฟน
  • Smart Propane Tank ตรวจสอบปริมาณน้ำดื่มที่บ้านว่า เหลือปริมาณเท่าไหร่ ควรซื้อน้ำมาเติมได้แล้วหรือยัSmart Washing Machine เชื่อมต่อกับเครื่องซักผ้าไปเลย
  • Smart Piggy Bank กระปุกหมูออมสินแบบอัจฉริยะ นอกจากสามารถนับเงินที่หยอดแล้ว สามารถกำหนดเป้าหมายของการออมได้ด้วย
  • Hydroponic System ระบบควบคุมการปลูกผักแบบใช้น้ำ
  • Smart Sprinkler Control ระบบควบคุม Sprinkler ในการพ่นน้ำรดต้นไม้ที่บ้าน
  • Smart Home Security ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับบ้านของเรา เช่นการดูข้อมูลผ่าน VDO เมื่อมีสิ่งปกติในบ้าน
  • Smart Lighting สามารถปรับรูปแบบ แสง สี ของไฟในบ้านหรือห้อง ตามที่เราต้องการ
  • Analyze with NODE+ เป็นอุปกรณ์ที่มี sensor เก็บข้อมูลต่างๆ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เช่นทิศทางการเคลื่อนไหว, วัดอุณหภูมิ เป็นต้น
  • Smart A/C เพื่อควบคุมการใช้งานไฟฟ้า
  • Bluetooth-Enabled Insoles นำไปติดยังที่ต่างๆ เช่น รองเท้าวิ่ง ใช้สำหรับการเก็บข้อมูลทางวิ่ง
  • Swing Analyzer ใช้สำหรับการฝึกซ้อมกีฬา
  • Smart Sleep System ทำการวิเคราะห์การนอนหลับของคุณ
  • Sense Mother ทำการเชื่อมโยง Sensor ต่างๆ เข้าด้วยกัน นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
  • Blood Pressure Monitor เป็นระบบเพื่อสุขภาพ ใช้สำหรับตรวจเลือดนั่นเอง
  • Smart Slow Cooker มาทำอาหารกัน แบบควบคุมจากระยะไกล นี่มันจะสบายไปแล้วนะ
  • Internet-Connected Mirror ทำให้ทุกอย่างง่ายๆ ด้วยการนำมาแสดงที่กระจกเลย เนื่องจากมันอยู่ใกล้ชิดกับทุกๆ คน

ถ้าพูดเรื่องพวกนี้เมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีแบบนี้อาจดูเพ้อฝัน แต่ถ้าในอนาคตอันใกล้นี้มีอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่ “คิดเองไม่ได้” แต่เราสามารถยัด “สมอง” ไปให้มันได้ในอนาคต ก็น่าจะมีอะไรสนุกๆ ที่พลิกโฉมโลกได้อีกมากมาย และในปัจจุบันนี้ หลายบริษัทเริ่มมีการพัฒนาระบบปฎิบัติการสำหรับ Internet of Things กันแล้วครับ

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่าน Facebook

แสดงความคิดเห็น

Be the first to comment

Leave a comment

Your email address will not be published.


*