เจริญ สิริวัฒนภักดี คือใคร? พร้อมประวัติและความร่ำรวยของ “ราชาเทกโอเวอร์เมืองไทย”

หลังจากที่มีข่าวเรื่องการเทกโอเวอร์ห้างสรรพสินค้าดังอย่างบิ๊กซี จากบริษัทฝรั่งเศสภายใต้ชื่อ “คาสิโนกรุ๊ป” ด้วยมูลค่ากว่า 120,000 ล้านบาทสำเร็จ ชื่อของเสี่ยเจริญ หรือ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ได้ถูกพูดถึงมากขึ้นในตอนนี้ แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่า เขาคือใคร มีประวัติและฐานะเป็นอย่างไร วันนี้ Zcooby จะขอนำข้อมูลของบุคคลท่านนี้มาแนะนำให้ทราบครับ

เจริญ สิริวัฒนภักดี คือใคร?

เขาเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ที่มาพร้อมกับฉายา “ราชาเทกโอเวอร์เมืองไทย” เป็นนักธุรกิจชาวไทยเชื้อสายจีน ประกอบธุรกิจหลายแขนง อาทิ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เฯลฯ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริษัทไทยเบฟเวอเรจ เจ้าของบริษัทเบียร์ช้างและบริษัทในเครือ นอกจากนั้นยังเข้าเป็นผู้สนับสนุนหลักของสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตันในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เจ้าของกิจการ โรงแรม พลาซ่า แอททินี่ ในกรุงเทพมหานคร และในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

จากการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บ (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2555) เจริญ สิริวัฒนภักดีมีทรัพย์สินรวมทั้งหมด 6,200 ล้านดอลลาร์สหรัญ (ราว 192,000 ล้านบาท) โดยเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 3 ของประเทศไทย (อันดับ 1 คือนายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าของธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ อันดับ 2 คือตระกูลจิราธิวัฒน์ เครือเซ็นทรัล) คิดเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 184 ของโลก

ประวัติของ เจริญ สิริวัฒนภักดี

นายกองเอก เจริญ สิริวัฒนภักดี มีชื่อภาษาจีนว่า “โซว เคียกเม้ง” (苏 旭明, เคียกเม้ง แซ่โซว) เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 บิดามีอาชีพขายหอยทอด ใช้เวลาเรียนถึง 8 ปีเพื่อให้จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเผยอิง เนื่องจากระหว่างเรียนต้องทำงาน หาเลี้ยงชีพด้วยการขายของเล็กๆ น้อยๆ เมื่อเขาอายุ 11 ปี ได้รับจ้างเข็นรถส่งสินค้า ย่านสำเพ็ง ทรงวาด จากนั้นจึงขยับเป็นพ่อค้าหาบของขาย

ชื่อจริง : นายกองเอก เจริญ สิริวัฒนภักดี

ชื่อที่รู้จักโดยทั่วไป : เจริญ สิริวัฒนภักดี

ชื่อจีน : โซวเคียกเม้ง

เกิด : 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2487

อายุปัจจุบัน : 71 ปี

การศึกษา

  • ระดับปริญญาตรี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ปริญญาโทจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้
  • ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
  • ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
  • ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย
  • ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
  • ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

อาชีพปัจจุบัน

  • ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน)
  • ประธานกลุ่มบริษัท สุรามหาราษฎร จำกัด
  • ประธานกรรมการบริหาร บริษัททีซีซี กรุ๊ป
  • ประธานบริษัท มิลเลียไลฟ์ อินชัวรัส์ จำกัด มหาชน

คู่สมรส : คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี

บุตร : ทั้งหมด 5 คน

  • นางอาทินันท์ พีชานนท์
  • นางวัลลภา ไตรโสรัส
  • นายฐาปน สิริวัฒนภักดี
  • นางสาวฐาปนี สิริวัฒนภักดี
  • นายปณต สิริวัฒนภักดี

ปรัชญาการดำเนินธุรกิจ : “การซุ่มซ่อนยาวนาน สะสมทุน รอคอยโอกาส” และ “บุญคุณต้องทดแทน”

เส้นทางธุรกิจของ เจริญ สิริวัฒนภักดี

ปี 2504 ได้เป็นลูกจ้างของชาวจีนที่อพยพมาอยู่เมืองไทยคนหนึ่ง ในบริษัทย่งฮะเส็ง และห้างหุ้นส่วนจำกัด แพนอินเตอร์ ที่จัดส่งสินค้าให้โรงงานสุราบางยี่ขัน และเพียงปีเดียวเขาได้เป็น ”ซัพพลายเออร์” ให้โรงงานสุราบางยี่ขันเอง นำมาสู่การรู้จักกับนายจุล กาญจนลักษณ์” ผู้เชี่ยวชาญการปรุงรสสุรา โดยเฉพาะสูตร ”แม่โขง” และคุ้นเคยกับเจ้าสัว เถลิง เหล่าจินดา” ผู้มีอำนาจในการจัดซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างของโรงงาน โซวเคียกเม้ง” กลายเป็นขุนพลคู่ใจของเจ้าสัวเถลิงในเวลาไม่นาน เพราะความอ่อนน้อมถ่อมตน และมีสัมมาคารวะ กลยุทธ์ แลเคล็ดลับในการทำธุรกิจสุราจึงเป็นของเขาในที่สุด

เมื่ออยู่ในวงการของเจ้าสัวแล้ว จึงได้มีโอกาสพบกับ ”วรรณา แซ่จิว” หรือปัจจุบันคือ ”คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี” บุตรสาวของเจ้าสัวกึ้งจู แซ่จิว

ปี 2518 บริษัทธารน้ำทิพย์ ผู้ผลิต ”ธาราวิสกี้” ของ ”พงส์ สารสิน” และ ”ประสิทธิ์ ณรงค์เดช” ประสบภาวะขาดทุนและประกาศขาย กลุ่มเจ้าสัวเถลิงและ “เจริญ” จึงเข้าซื้อกิจการ ซึ่งก็คือบริษัทแสงโสมในปัจจุบัน

ปี 2529 “เจริญ” ที่ได้กลายเป็น ”เจ้าสัว” ไปแล้ว ได้เข้าสู่ธุรกิจธนาคาร และการเงิน ด้วยความช่วยเหลือของ ”พ่อตา” เข้าไปซื้อหุ้นในธนาคารมหานคร บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาธนกิจ ซื้อหุ้นในบริษัทอาคเนย์ประกันภัย และอีกหลายกิจการ

ปี 2537 ซื้อกิจการกลุ่มโรงแรมอิมพีเรียล ที่มีโรงแรมในเครือจำนวนมากจากนายอากร ฮุนตระกูล และจากนั้น ”เจ้าสัวเจริญ” ก็ขยายธุรกิจอย่างไม่เคยหยุดยั้ง จนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยมีทายาท 5 คน พร้อมสานต่อ คือ อาทิ นันท์ วัลลภา ฐาปน ฐาปนี และปณต

ปี 2555 วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555 ได้รับพระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นนายกองเอก

Be the first to comment

Leave a comment

Your email address will not be published.


*


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.