ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 6 (ป้ายแนะนำ)

เนื่องจากวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ทำการปรับเกณฑ์การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ โดยการเพิ่มข้อสอบจากเดิม 30 ข้อเป็น 50 ข้อ และต้องสอบผ่านเกณฑ์ 90% (ทำได้ 45 ข้อขึ้นไป) จากเดิม 75% เพื่อให้ผู้ขับขี่มีความรู้และความเข้าใจในการขับรถบนท้องถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย วันนี้ Zcooby เลยอยากจะขอรวบรวมความรู้ทั้งหมดที่ใช้ในการสอบใบขับขี่ โดยแบ่งตามหมวดเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายครับ โดยบทความนี้จะเป็น ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 6 (ป้ายแนะนำ)

ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 6 (ป้ายแนะนำ)

เครื่องหมายนี้ หมายถึง เริ่มต้นทางด่วน (ทางหลวงพิเศษ)

เมื่อพบเครื่องหมายนี้ แสดงว่าทางข้างหน้ามีที่กลับรถ ผู้ขับขี่สามารถกลับรถได้บริเวณที่มีป้าย “จุดกลับรถ”

เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังคนข้ามทาง ถ้ามีคนกำลังเดินข้ามทางควรหยุดให้คนเดินข้ามทาง

*************************************************

ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ทั้งหมด 11 หมวด (คลิ้กแต่ละตอนได้เลยครับ)

 

 

ความรู้สอบใบขับขี่ 2557 ตอนที่ 5 (ป้ายเตือน)

เนื่องจากวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ทำการปรับเกณฑ์การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ โดยการเพิ่มข้อสอบจากเดิม 30 ข้อเป็น 50 ข้อ และต้องสอบผ่านเกณฑ์ 90% (ทำได้ 45 ข้อขึ้นไป) จากเดิม 75% เพื่อให้ผู้ขับขี่มีความรู้และความเข้าใจในการขับรถบนท้องถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย วันนี้ Zcooby เลยอยากจะขอรวบรวมความรู้ทั้งหมดที่ใช้ในการสอบใบขับขี่ โดยแบ่งตามหมวดเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายครับ โดยบทความนี้จะเป็น ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 5 เรื่อง ป้ายเตือน

ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 5 (ป้ายเตือน)

  • เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องขับรถช้าลง และระมัดระวังคนงานกำลังทำงาน อาจมีวัสดุอุปกรณ์วางบนผิดจราจร

 

  •  เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรขับรถให้ช้าลงและระมัดระวัง ทางข้างหน้ากำลังมีงานสำรวจอยู่บนผิวจราจรหรือทางเดินรถ

 

  •  เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรขับรถให้ช้าลง

 

  •  เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าต้องใช้ทางเบี่ยงด้านซ้าย

 

  •  เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรขับรถให้ช้าลง และเพิ่มความระมัดระวัง ทางข้างหน้าต้องใช้ทางเบี่ยงด้านขวา

 

 

*************************************************

ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ทั้งหมด 11 หมวด (คลิ้กแต่ละตอนได้เลยครับ)

 

 

ความรู้สอบใบขับขี่ 2557 ตอนที่ 4 (ป้ายบังคับ)

เนื่องจากวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ทำการปรับเกณฑ์การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ โดยการเพิ่มข้อสอบจากเดิม 30 ข้อเป็น 50 ข้อ และต้องสอบผ่านเกณฑ์ 90% (ทำได้ 45 ข้อขึ้นไป) จากเดิม 75% เพื่อให้ผู้ขับขี่มีความรู้และความเข้าใจในการขับรถบนท้องถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย วันนี้ Zcooby เลยอยากจะขอรวบรวมความรู้ทั้งหมดที่ใช้ในการสอบใบขับขี่ โดยแบ่งตามหมวดเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายครับ โดยบทความนี้จะเป็น ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 4 (ป้ายบังคับ)

ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 4 (ป้ายบังคับ)

  • เมื่อพบเครื่องหมายห้ามแซง ห้ามผู้ขับขี่ขับแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นในเขตทางที่ติดตั้งป้าย

 

  • เมื่อพบเครื่องหมายห้ามเข้า ห้ามขับรถทุกชนิดเข้าไปในทิศทางที่ติดตั้งป้าย

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ ห้ามกลับรถไปทางขวา

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ ห้ามกลับรถไปทางซ้าย

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ ห้ามเลี้ยวซ้าย

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ ห้ามเลี้ยวขวา

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ ห้ามเลี้ยวขวาหรือกลับรถ

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ ห้ามเลี้ยวซ้ายหรือกลับรถ

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ห้ามรถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ห้ามรถบรรทุกทุกชนิดผ่านเข้าออกในเขตทางที่ติดตั้งป้าย

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ห้ามรถจักรยานยนต์ผ่าน

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ห้ามรถจักรยานยนต์และรถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าออก

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ เครื่องหมายห้ามใช้เสียง

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ เครื่องหมายห้ามจอดรถทุกชนิด

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ เครื่องหมายห้ามหยุดหรือจอดรถทุกชนิด

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า เส้นทางนั้นให้เฉพาะคนเดิน

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ห้ามใช้ความเร็วเกินกว่า 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ห้ามรถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกเกินกว่า 10 ตัน ผ่านเข้าออก

 

  • เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องหยุดให้รถและคนเดินเท้าในทางขวางหน้าผ่านไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว จึงขับรถต่อไปได้

 

  • เครื่องหมายบังคับให้ทาง หมายความว่า ผู้ขับขี่ต้องให้ทางแก่รถหรือคนเดินเท้าบนทางขวางข้างหน้าผ่านไปก่อน

 

  • เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถตรงตำแหน่งที่ติดตั้งป้ายและให้รถที่กำลังสวนทางมาผ่านไปก่อน

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ต้องขับรถตรงไปตามทิศทางที่ป้ายกำหนดเป็นทางเดินรถทางเดียวเท่านั้น

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางบังคับให้เดินรถทางเดียวไปทางซ้ายเท่านั้น

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ผู้ขับขี่ต้องขับรถผ่านไปทางด้านขวาของป้าย

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ผู้ขับขี่ต้องขับรถผ่านไปทางด้านซ้ายของป้าย

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ผู้ขับขี่ต้องขับรถผ่านไปทางด้านขวาของป้าย

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ให้ขับขี่ชิดซ้ายหรือชิดขวา

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ให้เลี้ยวซ้าย

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ให้เลี้ยวขวา

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ให้เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ให้ตรงไปหรือเลี้ยวซ้าย

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ เครื่องหมายให้ตรงไปหรือเลี้ยวขวา

 

  • เมื่อผู้ขับขี่พบเครื่องหมายนี้ ให้ผู้ขับขี่รถทุกชนิดต้องขับรถวนทางซ้ายของวงเวียนและหยุดรอให้รถที่แล่นอยู่ในทางรอบบริเวณวงเวียนผ่านไปก่อน

 

  • เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ห้ามแซงล้ำเข้าไปในช่องเดินรถประจำทาง

 

  • เมื่อพบเครื่องหมายนี้ แสดงว่าช่องเดินรถนั้น ให้เฉพาะรถที่มีคนนั่งไม่น้อยกว่า 3 คน สามารถเข้าวิ่งในช่องเดินรถนั้นได้

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ เครื่องหมายช่องเดินรถจักรยานยนต์

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ เครื่องหมายสุดเขตบังคับ

*************************************************

ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ทั้งหมด 11 หมวด (คลิ้กแต่ละตอนได้เลยครับ)

ความรู้สอบใบขับขี่ 2557 ตอนที่ 3 (เครื่องหมายพื้นทาง)

เนื่องจากวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ทำการปรับเกณฑ์การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ โดยการเพิ่มข้อสอบจากเดิม 30 ข้อเป็น 50 ข้อ และต้องสอบผ่านเกณฑ์ 90% (ทำได้ 45 ข้อขึ้นไป) จากเดิม 75% เพื่อให้ผู้ขับขี่มีความรู้และความเข้าใจในการขับรถบนท้องถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย วันนี้ Zcooby เลยอยากจะขอรวบรวมความรู้ทั้งหมดที่ใช้ในการสอบใบขับขี่ โดยแบ่งตามหมวดเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายครับ โดยบทความนี้จะเป็น ความรู้สอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 3 เรื่อง เครื่องหมายพื้นทาง

ความรู้สอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 3 (เครื่องหมายพื้นทาง)

  • เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ช้าลงถ้าเห็นว่าจะไม่ปลอดภัยต่อรถคันอื่นหรือคนเดินเท้าในทางข้างหน้า ต้องหยุดรถก่อนถึงเส้นให้ทาง

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ เครื่องหมายเส้นชะลอความเร็ว

 

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า รถที่อยู่ด้านเส้นทึบห้ามผ่านหรือคร่อมเส้นทึบ แต่รถที่อยู่ด้านเส้นประอาจแซงได้เมื่อเห็นว่าปลอดภัย

 

  • เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนช่องเดินรถหรือช่องจราจร หรือสามารถแซงได้

 

  • เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ให้ผู้ขับขี่ขับรถให้ช้าลง หากเห็นรถคันอื่นหรือคนเดินเท้าในทางขวางหน้า ต้องหยุดรถก่อนถึงแนวเส้นให้ทาง

 

  • เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ให้ผู้ขับขี่หยุดรถก่อนถึงเส้นแนวหยุดหรือเส้นให้ทาง เพื่อให้คนเดินเท้าข้ามทางผ่านไปก่อน

 

  • เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ให้ผู้ขับขี่ขับรถภายในช่องจราจร ห้ามแซง ห้ามขับรถผ่านหรือคร่อมเส้นโดยเด็ดขาด

 

  • เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ให้ผู้ขับขี่ขับรถในช่องการจราจร ห้ามคร่อมเส้น แต่แซงได้

 

  • เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ให้ผู้ขับขี่หยุดรถก่อนถึงแนวเส้นขวางทุกครั้ง

 

  • เครื่องหมายนี้ คือ เครื่องหมายเขตปลอดภัย

  • เครื่องหมายนี้ หมายความว่า ห้ามหยุดรถทุกชนิดภายในกรอบเส้นทะแยงห้ามหยุดรถ ยกเว้นรถที่หยุดรอเพื่อเลี้ยวขวา

 

*************************************************

ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ทั้งหมด 11 หมวด (คลิ้กแต่ละตอนได้เลยครับ)

ความรู้สอบใบขับขี่2557 ตอนที่ 2 (กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก)

เนื่องจากวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ทำการปรับเกณฑ์การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ โดยการเพิ่มข้อสอบจากเดิม 30 ข้อเป็น 50 ข้อ และต้องสอบผ่านเกณฑ์ 90% (ทำได้ 45 ข้อขึ้นไป) จากเดิม 75% เพื่อให้ผู้ขับขี่มีความรู้และความเข้าใจในการขับรถบนท้องถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย วันนี้ Zcooby เลยอยากจะขอรวบรวมความรู้ทั้งหมดที่ใช้ในการสอบใบขับขี่ โดยแบ่งตามหมวดเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายครับ โดยบทความนี้จะเป็นความรู้สอบใบขับขี่2557 ตอนที่ 2 (กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก) ครับ

ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 2 (กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก)

  • การขับรถผ่านทางร่วมทางแยก ท่านต้องปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรหรือกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
  • ผู้ขับขี่ที่ต้องการเลี้ยวรถต้องชะลอรถและเปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่า 30 เมตร
  • การหยุดรถบริเวณทางแยกผู้ขับขี่ต้องหยุดหลังเส้นแนวหยุด
  • บริเวณที่ห้ามแซง ได้แก่ บริเวณทางโค้งรัศมีแคบ  ส่วนบริเวณที่ผู้ขับขี่สามารถแซงได้ คือ บริเวณทางตรง  ทางโล่ง ทางที่ปลอดภัย  ทั้งนี้ ต้องใช้ความระมัดระวังขณะแซงด้วย
  • การจอดรถต้องจอดให้ห่างจากขอบทางไม่เกิน 25 เซนติเมตร
  • การขับรถแซงรถคันหน้าต้องแซงด้านขวามือ ยกเว้นกรณีที่เมื่อรถที่จะถูกแซงกำลังเลี้ยวขวา หรือให้สัญญาณว่าจะเลี้ยวขวา ผู้ขับขี่จึงสามารถแซงด้านซ้ายมือได้
  • รถที่สามารถนำมาใช้ในทางได้ต้องเป็นรถที่จดทะเบียนและเสียภาษีแล้ว มีการติดแผ่นป้ายทะเบียนของทางราชการกำหนด และมีอุปกรณ์ส่วนควบครบถ้วน
  • รถที่ห้ามนำมาใช้ในทาง เช่น รถที่ขาดต่อภาษี รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของทางราชการกำหนด  รถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง และรถที่แจ้งเลิกใช้ตลอดไป เป็นต้น
  • เขตปลอดภัย หมายถึง พื้นที่ในทางเดินรถที่มีเครื่องหมายแสดงไว้ให้เห็นได้ชัดเจนทุกเวลาสำหรับให้คนเดินเท้าที่ข้ามทางหยุดรอ หรือให้คนที่ขึ้นหรือลงจากรถหยุดรอก่อนจะข้ามทางต่อไป
  • รถที่สามารถนำมาใช้ในทางเดินรถได้ต้องเป็นรถที่มีเสียงเครื่องยนต์ดังในระดับ 80 เดซิเบล  ห้ามนำรถที่มีเสียงดังกว่าเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด  รถที่มีสิ่งลากถูไปบนทางเดินรถ หรือรถที่มีล้อไม่ใช่ยาง มาใช้ในทาง
  • สัญญาณจราจรไฟสีแดงที่ทำเป็นรูปกากบาทเฉียงอยู่เหนือช่องเดินรถ หมายถึง ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถในช่องเดินรถนั้น
  • เมื่อพนักงานจราจรยืนและเหยียดแขนซ้ายออกไปเสมอระดับไหล่ ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาจากทางด้านหลังของพนักงานจราจรจะต้องหยุดรถ

  • เมื่อพนักงานจราจรยืนและเหยียดแขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบนและตั้งฝ่ามือขึ้น ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาจากทางด้านไหนของพนักงานจราจรจะต้องหยุดรถ

 

  •  การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกที่มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดง ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรจึงให้ขับรถต่อไปด้วยความระมัดระวัง
  • การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกที่มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีเหลือง ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถลงและผ่านทางเดินรถนั้นไปด้วยความระมัดระวัง
  •  ผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้าย ยกเว้นกรณีที่ด้านซ้ายของทางเดินรถมีสิ่งกีดขวาง ผู้ขับขี่จึงจะสามารถเดินรถทางขวาหรือ ล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถได้
  • การให้สัญญาณด้วยแขน โดยผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกตัวรถเสมอระดับไหล่และโบกมือขึ้นลงหลายครั้ง หมายถึงผู้ขับขี่นั้นต้องการจะลดความเร็วของรถ

 

  • ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างจากรถคันหน้าในระยะที่จะสามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัยเมื่อมีความจำเป็น ไม่ได้กำหนดระยะห่างที่ชัดเจน เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพความหนาแน่นของการจราจร และสมรรถนะของรถที่ขับ
  • ผู้ขับขี่ต้องการจะเลี้ยวซ้ายต้องขับรถในช่องเดินรถด้านซ้ายก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่า 30 เมตร
  •  ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟหน้าหรือไฟท้ายรถ ให้รถคันอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร
  • ในการขับรถสวนทางกัน ผู้ขับขี่ต้องให้ขับรถชิดด้านซ้าย
  • ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถแซงเพื่อขึ้นหน้ารถคันอื่นขณะที่มีหมอก ฝุ่น ฝน หรือควัน จนไม่อาจเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะ 60 เมตร
  • บริเวณที่ห้ามขับรถแซงรถคันอื่น เช่น ทางโค้งรัศมีแคบ  ทางร่วมทางแยก  สะพานเดินรถทางเดียว  ห้ามแซงรถในอุโมงค์
  • บริเวณที่กฎหมายจราจรยอมให้ขับรถแซงรถคันอื่น เช่น ในกรณีที่ทางเดินรถด้านซ้ายมีสิ่งกีดขวาง  หรือในระยะ 150 เมตร จากทางร่วมทางแยก หรือแซงด้านซ้ายในขณะที่มีรถรอเลี้ยวขวา  หรือบนพื้นทางที่มีเครื่องหมายจราจรให้แซงได้
  • ในระยะ 150 เมตร จากทางราบของเชิงสะพาน ผู้ขับรถสามารถกลับรถได้โดยใช้ความระมัดระวังด้วย
  • ส่วนบริเวณที่ห้ามกลับรถ ได้แก่ บริเวณทางเดินรถที่มีเครื่องหมายห้ามกลับรถ  บริเวณบนสะพาน และบริเวณเขตปลอดภัย
  • เมื่อผู้ขับขี่พบเครื่องหมาย “เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด” ผู้ขับขี่ควรหยุดรอให้คนข้ามถนนและรถที่มาจากทางด้านขวามือขับผ่านไปก่อนแล้วจึงเลี้ยวซ้ายผ่านไป
  • ผู้ที่มีหน้าที่ให้สัญญาณจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ได้แก่  พนักงานจราจร  และผู้ขับขี่ยานพาหนะ ส่วนคนเดินเท้าไม่มีหน้าที่ให้สัญญาณจราจร
  • ผู้ขับรถต้องไม่จอดรถบริเวณทางร่วมทางแยก  แต่เมื่อถึงบริเวณวงเวียนต้องลดความเร็ว หรือเมื่อเห็นคนกำลังข้ามถนน ตลอดจนลดความเร็วเมื่อถึงที่คับขัน
  • เมื่อจะเปลี่ยนช่องทางหรือแซงรถทุกครั้ง ผู้ขับรถต้องให้สัญญาณไฟหรือสัญญาณแตร  ต้องไม่รีบเปลี่ยนช่องทางโดยเร็ว  หรือแซงขึ้นหน้าแล้วเหยียบเบรกทันที  หรือรีบเร่งเครื่องแซงโดยเร็ว
  • รถ ได้แก่ บริเวณที่มีป้ายห้ามหยุดรถ  ในอุโมงค์  บริเวณทางร่วมทางแยก
  • ข้อปฏิบัติในการขับรถที่ถูกต้อง คือ ผู้ขับรถต้องขับรถเร็วไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
  • ห้ามขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร หรือขับรถลักษณะผิดปกติวิสัย
  • เมื่อถึงทางรถไฟและมีรถไฟกำลังแล่นผ่าน ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร  อย่าขับรถผ่านไปโดยเร็ว  หรือให้เสียงสัญญาณแตรเตือนและขับผ่านไป  และไม่จำเป็นต้องเปิดไฟฉุกเฉิน
  • บริเวณที่ผู้ขับรถไม่ควรใช้สัญญาณเสียงแตร ได้แก่ โรงเรียน สถานที่ราชการ โรงพยาบาล
  • ส่วนบริเวณที่ผู้ขับรถสามารถใช้สัญญาณเสียงแตรได้ ได้แก่ สวนสาธารณะ
  • เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ขับขี่หลบหนีจะมีผลให้สันนิษฐานว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิด
  • ผู้ขับรถยังสามารถใช้สัญญาณเสียงแตรได้เมื่อจำเป็นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แต่ไม่ควรใช้เมื่อเห็นรถคันข้างหน้าขับช้า
  • ขณะขับขี่รถต้องเว้นระยะห่างรถคันหน้าในระยะที่ปลอดภัย
  •  ก่อนเลี้ยวรถต้องเข้าช่องทางที่จะเลี้ยวและเปิดไฟเลี้ยวก่อนเลี้ยวรถในระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร  เพื่อให้ผู้ที่ขับตามหลังมาทราบ
  • ผู้ขับรถที่ดื่มสุรา เมื่อวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจจะต้องไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น ส่วนผู้ขับรถยนต์สาธารณะ ผู้ขับรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุก ขณะขับรถต้องมีระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจเท่ากับศูนย์เท่านั้น
  • ขณะขับรถตรวจพบแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ในเขตกรุงเทพ เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ผู้ขับรถตามกฎหมายรถยนต์ต้องขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • นอกเขตกรุงเทพ เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ผู้ขับรถตามกฎหมายรถยนต์ต้องขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ในการให้สัญญาณไฟเลี้ยว จะต้องให้ผู้ขับรถคันอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร
  • การให้สัญญาณมือ ผู้ขับขี่ซึ่งจะเลี้ยวรถจะต้องให้สัญญาณมือด้วยมือขวาเท่านั้น
  •  บริเวณทางร่วมทางแยกและมีเครื่องหมายห้ามกลับรถแต่เจ้าพนักงานจราจรอนุญาตให้กลับรถได้ผู้ขับขี่ก็สามารถกลับรถได้ เนื่องจากผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาณของเจ้าพนักงาน
  • ผู้ขับขี่ที่ต้องการกลับรถต้องสังเกตป้ายจราจรที่อนุญาตให้กลับรถและเข้าช่องทางให้ถูกต้อง  ห้ามกลับรถขณะเข้าช่องทางที่มีลุกศรบนพื้นถนนให้ตรงไป หรือกลับรถที่บริเวณเส้นทะแยงเหลือง
  • การปฏิบัติที่ถูกต้องขอรถจักรยานยนต์ คือ รถจักรยานยนต์ต้องขับในช่องเดินรถด้านซ้ายสุด
  • ในช่องทางเดินรถตั้งแต่สองช่องทางขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ต้องขับรถชิดด้านซ้ายสุด
  • ผู้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องสวมหมวกนิรภัยขณะโดยสารรถจักรยานยนต์ คือ ภิกษุ สามเณร
  • ข้อปฏิบัติที่ถูกต้องในการใช้ไฟฉุกเฉิน คือ ใช้ไฟฉุกเฉินเมื่อรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ
  • ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องบรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหลังไม่เกิน 2.50 เมตร
  • การลากจูงรถที่ไม่สามารถใช้พวงมาลัยหรือเบรกได้ ควรใช้วิธีการยกหน้าหรือยกท้ายลากไป
  •  รถที่มีความเร็วช้า ผู้ขับขี่จะต้องขับรถชิดขอบด้านซ้าย

*************************************************

ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ทั้งหมด 11 หมวด (คลิ้กแต่ละตอนได้เลยครับ)

 

 

ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ 2557 ตอนที่ 1 (กฎหมายว่าด้วยรถยนต์)

เนื่องจากวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ทำการปรับเกณฑ์การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ โดยการเพิ่มข้อสอบจากเดิม 30 ข้อเป็น 50 ข้อ และต้องสอบผ่านเกณฑ์ 90% (ทำได้ 45 ข้อขึ้นไป) จากเดิม 75% เพื่อให้ผู้ขับขี่มีความรู้และความเข้าใจในการขับรถบนท้องถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย วันนี้ Zcooby เลยอยากจะขอรวบรวมความรู้ทั้งหมดที่ใช้ในการสอบใบขับขี่ โดยแบ่งตามหมวดเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายครับ โดยบทความนี้จะเป็นความรู้สำหรับการสอบใบขับขี่ ตอนที่ 1 เรื่อง  กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ครับ

ความรู้สำหรับการสอบใบขับขี่ ตอนที่ 1 เรื่อง  กฎหมายว่าด้วยรถยนต์

  •  ในขณะขับรถผู้ขับขี่ต้องมีเอกสารสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถใช้คู่กับใบอนุญาตขับรถ
  •   ผู้ขับรถกระทำผิดตามกฎหมายจราจรทางบกและได้รับใบสั่งจากเจ้าพนักงานจราจร ต้องไปติดต่อชำระค่าปรับภายใน วัน
  •  เมื่อใบอนุญาตขับรถสูญหายหรือชำรุดต้องยื่นขอรับใบแทนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน
  •  ผู้ขับรถไม่มีใบอนุญาตขับรถ มีความผิดจำคุกไม่เกิน เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราวมีอายุ ปี
  • ผู้ขับรถใช้ใบอนุญาตขับรถที่สิ้นอายุ มีความผิดปรับไม่เกิน 2,000 บาท
  • รถที่ไม่เสียภาษีประจำปีภายในกำหนด จะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ ต่อเดือน
  • การโอนรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน
  • การเปลี่ยนสีรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน วัน
  • การต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (ปี) สามารถต่อก่อนล่วงหน้าได้ เดือน
  • รถยนต์ที่มีอายุครบ ปี ต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี
  • การย้ายรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน
  • รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบ ปี ต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี

 

อ่านต่อ >> ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 2 (กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก)

*************************************************

ความรู้สำหรับสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ทั้งหมด 11 หมวด (คลิ้กแต่ละตอนได้เลยครับ)

iOS 8 ใช้กับไอโฟน,ไอแพด,ไอพอดรุ่นไหนได้บ้าง?

หลังจากที่ทาง Apple ได้ทำการเปิดตัวระบบปฎิบัติการบนมือถือและแทบเล็ตอย่าง iOS 8 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา โดยมีคุณสมบัติที่อัพเกรด,ปรับปรุง และแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นมาจากเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ (iOS 7) ทำให้บรรดาผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ล ไม่ว่าจะเป็น ไอโฟน ไอแพด หรือ ไอพอด ทัช อาจจะอยากรู้ว่า เครื่องของตนสามารถอัพเกรดไปเป็น iOS8 ได้หรือไม่ ทาง Zcooby รีบหาคำตอบมาให้นะครับ

ไอโฟน (iPhone) รุ่นที่รองรับ iOS 8

  • ไอโฟนสี่ เอส (iPhone 4S)
  • ไอโฟนห้า (iPhone 5)
  • ไอโฟนห้า ซี (iPhone 5C)
  • ไอโฟนห้า เอส (iPhone 5S)

ส่วน iPhone 4 ไม่สามารถอัพเดทไปใช้ iOS 8 ได้แล้วครับ

 

ไอแพด (iPad) รุ่นที่รองรับ iOS 8

  • ไอแพดสอง (iPad)
  • ไอแพด วิท เรติน่า ดิสเพลย์ (iPad with Ratina display)
  • ไอแพด แอร์ (iPad Air)
  • ไอแพด มินิ (iPad mini)
  • ไอแพด มินิ วิท เรติน่า ดิสเพลย์  (iPad mini with Ratina display)

ส่วนไอแพด 3 (iPad3) ที่เป็นรุ่นที่อยู่ระหว่างไอแพดสองกับ ไอแพด วิท เรติน่า ดิสเพลย์ น่าจะยังคงได้รับการอัพเดทเป็น iOS8 ได้ครับ

 

ไอพอด ทัช (iPod Touch) รุ่นที่รองรับ iOS 8

สำหรับไอพอดทัช (iPod touch) จะมีเพียงตัวรุ่น 5th generation หรือ Gen5 เท่านั้นที่ไดรับการอัพเกรดเป็น iOS8 ครับ

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 11 (การรับรู้สถานการณ์อันตราย)

กรมการขนส่งทางบก ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์การสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557  โดยการนำเอาข้อสอบจำนวนทั้งหมด 1,000 ข้อ จาก 11 หมวดมาสุ่มออกข้อสอบ ทาง Zcooby ได้ทำการรวบรวมข้อสอบทั้งหมดโดยแยกแต่ละหมวดเพื่อให้ใช้งานง่าย โดยหมวดนี้จะเป็น ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 11 (การรับรู้สถานการณ์อันตราย)

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ทั้งหมด 11 หมวด (คลิ้กแต่ละตอนได้เลยครับ)

*************************************************

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 11 (การรับรู้สถานการณ์อันตราย)

รถยนต์ ก. และรถยนต์ ข. วิ่งมาถึงทางแยกพร้อมกัน  และเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวกัน  ดังรูป

ก. รถยนต์ ก. เป็นฝ่ายผิด

ข. รถยนต์ ข. เป็นฝ่ายผิด

ค. ทั้งรถยนต์ ก. และรถยนต์ ข. ผิดด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย

ง. ไม่มีรถยนต์ฝ่ายใดผิด

 

รถ ก. , ข. และ ค. เลี้ยวซ้ายพร้อมกัน คันใดกระทำผิดกฎหมาย (รูปภาพ)

 

ก. รถคัน ก. และ ข. ผิด  เพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน

ข. รถคัน ก. และ ค. ผิด  เพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน

ค. รถคัน ข. และ ค. ผิด  เพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน

ง. รถคัน ก., ข. และ ค. ผิด  เพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน

 

จากรูป  สมมติว่าท่านเป็นผู้ขับรถคัน ก.  และมีความประสงค์จะขับเข้าซอยซ้ายมือด้านหน้า

รถโดยสารประจำทางที่กำลังจอดรับส่งผู้โดยสารที่ป้ายรถเมล์  ท่านต้องขับรถอย่างไรจึงจะปลอดภัย

ก. หยุดรถหลังรถโดยสารประจำทาง  รถให้รถโดยสารประจำทางขับออกไปก่อนแล้วค่อยขับเลี้ยวเข้าซอย

ข. ขับแซงด้านซ้ายรถโดยสารประจำทางแล้วค่อยเลี้ยวซ้ายเข้าซอย

ค. ขับแซงด้านขวารถโดยสารประจำทางแล้วค่อยเลี้ยวซ้ายเข้าซอย

ง. ถูกทั้งข้อ ก, ข. และ ค.

 

สมมติว่าท่านขับรถคัน ก. ออกจากห้างสรรพสินค้า  ซึ่งมีป้ายรถเมล์อยู่หน้าห้างดังรูป  ท่านจะต้อง

ขับรถอย่างไรจึงจะปลอดภัย  

 

ก. หยุดรถบริเวณทางออกดูรถด้านขวามือ  ถ้าไม่มีรถวิ่งมาก็ขับรถเลี้ยวขวาแซงรถประจำทาง

ออกไป

ข. หยุดรถบริเวณทางออก ดูรถด้านขวามือ ถ้าไม่มีรถวิ่งมาก็ดูรถด้านซ้ายมือว่ามีรถมาจอดต่อท้ายรถโดยสารประจำทางหรือไม่

ถ้าด้านซ้ายมือไม่มีรถก็ขับรถออกไป

ค. ไม่ต้องหยุดรอ ขับเลี้ยวซ้ายออกมาต่อท้ายรถโดยสารประจำทาง

ง. ถูกทุกข้อ

 

จากรูปเป็นการชนประสานงากันระหว่างรถคัน ก และ รถคัน ข ถามว่ารถ ก. หรือ รถ ข. เป็นฝ่ายผิด เพราะอะไร 

 

ก. รถ ก. ผิด เพราะแซงซ้ายบนทางโค้งส่วนรถ ข. ถูก เพราะช่องที่ขับมาเป็นไหล่ทางไม่ใช่

ข. รถ ก. ผิด เพราะขับรถย้อนศร ส่วนรถ ก. ถูกเพราะเป็นไหล่ทางช่องรถวิ่งสามารถขับได้

ค. รถ ก. เป็นฝ่ายถูก เพราะขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย ส่วนรถ ข. เป็นฝ่ายผิด เพราะขับรถ

ชิดขอบทางด้านขวา

ง. รถ ก. ผิด เพราะแซงด้านซ้าย  ส่วนรถ ข. ผิดเพราะขับรถย้อนศร

 

สมมติท่านขับรถคัน ก.  ในระหว่างที่ขับรถอยู่นั้นรถในช่องทางด้านขวามือของท่านตั้งแต่รถคัน ข. ลงมา อยู่ ๆ ก็หยุดรถ

ท่านเห็นรถในช่องขวามือของท่านหยุด ท่านจะทำอย่างไร  

 

ก. ขับรถต่อไป  เพราะช่องเดินรถของท่านโล่งสามารถขับรถต่อไปได้

ข. เร่งเครื่องยนต์รีบขับขึ้นหน้ารถด้านขวามือ

ค. ชะลอความเร็ว  เนื่องจากไม่แน่ใจว่ารถด้านขวาหยุดให้ผู้โดยสารลงรถหรือไม่

ง. หยุดรถ  เพราะคาดว่าทางข้างหน้าอาจจะมีคนข้ามถนน

 

ท่านขับรถตามหลังรถโดยสารประจำทาง  เมื่อถึงป้ายรถเมล์  รถโดยสารประจำทางจอดให้ผู้โดยสาร

ขึ้นและลงรถ  เมื่อท่านเห็นรถโดยสารประจำทางหยุด  ท่านจะทำอย่างไร

 

ก. ขับแซงด้านขวาขึ้นหน้ารถโดยสารประจำทาง

ข. หยุดรถหลังรถโดยสารประจำทาง  เพราะอาจจะมีคนโดยสารรถโดยสารประจำทางเดินตัดหน้ารถโดยสารประจำทาง

ค. ดูว่ามีรถด้านขวาหรือไม่  ถ้าไม่มีรถก็แซงด้านขวา

ง. ชะลอความเร็ว  เตรียมแซงรถโดยสารประจำทางด้านซ้ายหรือด้านขวา

 

เมื่อท่านขับรถยนต์ไปในทางโค้งด้านขวา รถเสียหลักหลุดโค้งออกไปด้านซ้ายลงข้างทางไปชน

เสาไฟฟ้า  ถามว่าท่านกระทำผิดกฎหมายจราจรทางบกหรือไม่

ก. ไม่มีความผิด  เพราะไม่มีคู่กรณี

ข. ไม่มีความผิด  เพราะท่านทำให้เกิดอุบัติเหตุเอง

ค. มีความผิด  เนื่องจากไม่ชะลอความเร็วของรถเมื่อขับรถในทางโค้ง

ง. มีความผิด  เพราะขับรถไปชนเสาไฟฟ้า

 

เมื่อท่านขับรถที่มุ่งหน้าเข้าหาหน้าผาของภูเขาสูงแสดงว่า  

 

ก. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นตัดผ่านภูเขา

ข. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นจะต้องเป็นทางโค้งขวาหรือโค้งซ้าย

ค. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นอาจเป็นทางตันไม่สามารถขับผ่านไปได้

ง. ถูกทั้งข้อ ก, ข. และ ค.

 

ท่านเห็นรถ ก. ชนกับรถ ข. อย่างแรงจนรถทั้ง 2 คันพังยับเยินผู้ขับรถทั้ง 2 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ตรงบริเวณสามแยก  โดยเห็นว่ารถ ข. วิ่งออกจากซอย ชนกับรถ ก. ที่วิ่งมาบนถนนสายหลัก  ดังรูปถามว่ารถคันใดทำผิดกฎหมาย  เพราะอะไร  

ก. ผู้ขับรถ ก. ผิด เพราะไม่ลดความเร็วเมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก

ข. ผู้ขับรถ ข. ผิด เพราะไม่ให้รถที่มีสิทธิ์ผ่านไปก่อน

ค. ทั้งผู้ขับรถ ก. และผู้ขับรถ ข. ผิดด้วยกันทั้งคู่ ด้วยเหตุผลตามข้อ ก. และ ข.

ง.  ผิดทั้งคู่ เพราะผู้ขับรถ ก. ไม่ลดความเร็วเมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก และผู้ขับรถ ข.  ไม่ให้รถที่มีสิทธิ์ผ่านไปก่อน

 

เมื่อท่านจะขับรถออกจากปากซอย ดังรูป  เหตุการณ์ใดต่อไปนี้ที่ท่านเป็นฝ่ายถูก

 

ก. ท่านเลี้ยวซ้ายทันที

ข. ท่านเลี้ยวขวาทันที

ค. ท่านขับตามช่องทางเดินรถไป 1 ช่องแล้วเลี้ยวขวา

ง. ท่านขับรถถึงปากซอยแล้วหยุดทันที

 

ท่านขับรถคัน ก.  เมื่อท่านขับรถถึงบริเวณสี่แยกที่ไม่มีไฟสัญญาณจราจร (ดังภาพ)  กรณีใดที่ท่านไม่ใช่เป็นฝ่ายผู้กระทำผิด

ก. เลี้ยวซ้ายทันที

ข. เลี้ยวขวาทันที

ค. ขับตรงไปทันที

ง. หยุดทันทีเมื่อถึงทางแยก

 

ในขณะที่ท่านกำลังขับรถเลี้ยวขวา ดังรูป ท่านเห็นว่าเบรกไม่ทันรถของท่านจะชนรถคันหน้าจะหักพวงมาลัยรถไถลลงข้างทางไปชนต้นไม้  ถามว่าการกระทำของท่านทำผิดกฎหมายจราจรทางบกหรือไม่

ก. ไม่ผิด  เพราะไม่ได้ชนรถที่อยู่ข้างหน้า

ข. ผิด  เพราะไม่ได้ขับในช่องทางเดินรถแต่ไปชนต้นไม้

ค. ผิด  เพราะไม่ลดความเร็วของรถเมื่อขับผ่านทางร่วมทางแยก

ง. ไม่ผิด  เพราะไม่มีผู้เสียหาย

 

ข้อใดที่แสดงว่า  ท่านขับรถไม่เป็น

ก. ขณะที่กำลังขับรถอยู่  มีสุนัขวิ่งตัดหน้ารถ ท่านหักหลบสุนัขลงข้างทาง

ข. ขณะที่กำลังขับรถอยู่ ถูกรถที่ตามหลังมาชนท้ายอย่างแรงจนรถของท่านไปกระแทก

รถคันข้างหน้า

ค. ขณะที่กำลังเลี้ยวซ้ายเข้าที่จอดรถ  มีรถขับตัดหน้าแย่งเข้าจอดรถ ท่านจึงเหยียบเบรกอย่างแรง

แต่รถก็ยังชนรถที่ตัดหน้า

ง. ขับรถไปซื้อของที่หน้าปากซอยท่านก็คาดเข็มขัดนิรภัย

 

ท่านขับรถคัน ก.  เหตุการณ์ต่อไปนี้  ท่านเป็นฝ่ายกระทำผิดเพราะอะไร 

 

ก. แซงอย่างผิดกฎหมาย

ข. ขับล้ำเข้าไปในช่องทางรถสวน

ค. ไม่ลดความเร็วของรถเมื่อขับผ่านทางโค้ง

ง. ขับรถย้อนศร

 

ท่านขับรถคัน ข.  จากรูปรถของท่านถูกรถของนาย ก. คัน ก. ชนบริเวณสี่แยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร  

ก. ยาย ก. ผิด เพราะไม่ลดความเร็วในรถขณะขับผ่านทางร่วมทางแยก

ข. ท่านเป็นฝ่ายผิด  เพราะกลับรถในบริเวณทางร่วมทางแยก

ค. ท่านเป็นฝ่ายผิด  เนื่องจากประมาท

ง. ทั้งท่านและนาย ก. ผิด เพราะขับรถโดยประมาท

 

รถของท่าน (คัน ข.) ชนกับรถของนาย คัน ก.  ตรงบริเวณที่ท่านกำลังเลี้ยวขวาเข้าซอย ดังรูป 

ก. ท่านเป็นฝ่ายผิด เพราะขับล้ำเข้าในช่องทางรถสวน

ข. ฝ่ายนาย ก. เป็นฝ่ายผิด  เพราะไม่ยอมให้รถเลี้ยวเข้าซอยไปก่อน

ค. ท่านเป็นฝ่ายผิด  เพราะไม่ได้ให้สัญญาณเลี้ยวขวา

ง. ฝ่ายนาย ก. เป็นฝ่ายผิด  เพราะไม่ลดความเร็วของรถขณะขับผ่านทางร่วมทางแยก

 

สมมติว่าในขณะที่ท่านรอข้ามถนนได้เห็นเหตุการณ์รถตู้ส่งของมีคนนั่ง 2 คนถูกรถเก๋งชนท้าย

ด้านขวา  ทำให้รถตู้หมุน 3 รอบ คนขับรถตู้กระเด็นออกจากตัวรถ ศีรษะฟาดพื้นถนนเสียชิวิต

ถามว่า  เพราะเหตุใดคนขับรถตู้จึงกระเด็นออกจากตัวรถ

ก. รถตู้ถูกชนอย่างแรงจนหมุนเหวี่ยงคนขับให้กระเด็นออกจากตัวรถ

ข. รถเก๋งชนท้ายรถตู้ในมุมเฉียง ๆ ด้านขวา  จึงทำให้รถตู้หมุนอย่างแรง

ค. คนขับรถเก๋งคาดเข็มขัดนิรภัย  ส่วนคนขับรถตู้ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย

ง. คนขับรถเก๋งขับรถด้วยความเร็วสูง  ส่วนรถตู้ขับช้า ๆ จึงถูกชนอย่างแรง

 

สมมติว่า นาย ก. มีโปรแกรมขับรถตู้พาครอบครัวจากกรุงเทพฯไปท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยออกเดินทางในเวลา 02.00 น.  คาดว่าจะไปถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอนในเวลาประมาณ 20.00 น.

เมื่อขับรถติดต่อกันเป็นเวลา 12 ชั่วโมง  ปรากฏว่ารถเสียหลักแฉลบลงข้างทางชนต้นไม้  เป็นเหตุ

ครอบครัวของนาย ก.ได้รับบาดเจ็บหลายคน ท่านพอจะสันนิษฐานได้หรือไม่ว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

เนื่องมาจากสาเหตุใด

ก. นาย ก. หลับในขณะขับรถ

ข. นาย ก. และคนในครอบครัวของนาย ก. หลับใน

ค. นาย ก. ไม่ชำนาญเส้นทาง

ง. ข้อ ก. และ ข้อ ค. ถูก

 

ข้อใดเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นกับรถที่ขับช่องขวาสุด

ก. ถูกรถในช่องทางขับข้ามเกาะกลางมาชนประสานงา

ข. ขับชนท้ายรถคันที่ขับอยู่ข้างหน้า

ค. ขับชนท้ายรถที่กำลังเลี้ยวกลับรถ

ง. หลบรถที่ขับตัดหน้าลงข้างทาง

 

เมื่อท่านจะขับรถผ่านบริเวณที่เป็นสี่แยกเล็ก ๆ ดังรูป  ท่านคาดการณ์ว่าจะมีเหตุการณ์ใดบ้าง

ที่เกิดขึ้นกับท่าน  

ก. น่าจะมีรถพุ่งออกจากซอยซ้ายมือมาตัดหน้าท่าน

ข. น่าจะมีรถพุ่งออกจากซอยขวามือเลี้ยวขวาตัดหน้าท่าน

ค. น่าจะมีรถสวนฝั่งตรงข้ามท่านเลี้ยวขวาตัดหน้าท่าน

ง. เป็นไปได้ทุกข้อ

 

 

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 10 (รูปภาพจราจร)

กรมการขนส่งทางบก ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์การสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557  โดยการนำเอาข้อสอบจำนวนทั้งหมด 1,000 ข้อ จาก 11 หมวดมาสุ่มออกข้อสอบ ทาง Zcooby ได้ทำการรวบรวมข้อสอบทั้งหมดโดยแยกแต่ละหมวดเพื่อให้ใช้งานง่าย โดยหมวดนี้จะเป็น ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 10 (รูปภาพจราจร)

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ทั้งหมด 11 หมวด (คลิ้กแต่ละตอนได้เลยครับ)

*************************************************

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 10 (รูปภาพจราจร)

จากภาพผู้ขับขี่รถคัน ก. ต้องการขับรถตรงไปจะต้องปฏิบัติอย่างไร

ก  หยุดรอให้รถคัน ข. ขับผ่านไปก่อน

ข  ขับรถผ่านไปได้เลย

ค  หยุดรอให้รถคัน ค. ขับผ่านไปก่อน

ง  หยุดรอให้รถคัน ข. และ ค. ขับผ่านไปก่อน

 

จากภาพผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก  ห้ามหยุดแต่สามารถจอดรถได้ทุกชนิด

ข  ห้ามจอดรถทุกชนิดยกเว้นรถยนต์

ค  ห้ามหยุดห้ามจอดรถทุกชนิด

ง  ห้ามจอดแต่สามารถหยุดรถได้ชั่วขณะ

 

จากภาพรถคันใดมีสิทธิใช้ทางได้ก่อน

ก  รถคัน ก. เนื่องจากอยู่ในทางโท

ข  รถคัน ข. เนื่องจากอยู่ในทางเอก

ค  รถคัน ก. เนื่องจากอยู่ในทางเอก

ง  รถคัน ข. เนื่องจากอยู่ในทางโท

 

ผู้ขับขี่รถคัน ก. ต้องการจะขับรถตรงไป จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ก  หยุดรอให้รถคัน ค. ขับผ่านไปก่อน

ข  ขับรถไปต่อท้ายรถคัน ข. เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง

ค  ขับรถไปจอดคู่กับรถคัน ข. ทางด้านขวา

ง  ขับรถไปต่อท้ายรถคัน ข. และเปิดไฟฉุกเฉินให้ผู้ขับรถคัน ค. รู้

 

จากภาพผู้ขับขี่รถคันนี้จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ก  หยุดรถและรอให้รถในทางขวางหน้าขับผ่านไปก่อน

ข  ขับรถผ่านไปได้ทันทีเนื่องจากเป็นเส้นประ

ค  ขับรถผ่านไปได้ทันทีเนื่องจากมีป้ายให้ทางแสดงไว้

ง  ให้ชะลอรถแล้วหยุดคร่อมเส้นประเพื่อให้มองเห็นรถที่มาจากด้านขวามือ

 

จากภาพผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก  หยุดรถและรอให้รถในทางขวางหน้าขับผ่านไปก่อน

ข  ให้ชะลอรถแล้วหยุดคร่อมเส้นประเพื่อให้มองเห็นรถที่มาจากด้านขวามือ

ค  ขับรถผ่านไปได้ทันทีเนื่องจากเป็นเส้นประ

ง  ขับรถผ่านไปได้ทันทีเนื่องจากมีป้ายให้ทางแสดงไว้

 

จากภาพต่อไปนี้ ภาพใดแสดงการจอดรถอย่างถูกต้อง?

 

จากภาพต่อไปนี้ ภาพใดแสดงการจอดรถอย่างถูกต้อง?

 

จากภาพ ข้อใดแสดงการหยุดรถที่ไม่ถูกต้อง?

 

ภาพในข้อใดต่อไปนี้ แสดงการเลี้ยวรถที่ถูกต้อง?

 

ภาพในข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง?

 

จากภาพรถคันใดมีสิทธิ์ขับผ่านไปได้ก่อน

ก  ทั้งรถ A และ รถ B

ข  คันที่มาถึงทางร่วมทางแยกก่อน

ค  รถคัน B

ง   รถคัน A

 

จากภาพเครื่องหมายแบ่งช่องจราจรบนพื้นทาง หมายความว่าอย่างไร?

ก  ให้ผู้ขับขี่กลับรถได้

ข  ให้ผู้ขับขี่เลี้ยวขวาได้

ค  ให้ผู้ขับขี่จอดรถได้

ง  ห้ามผู้ขับขี่แซงเข้าไปในทางเดินรถทางขวา

 

ในทางร่วมทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟ ถ้าขับรถมาถึงพร้อมกัน รถคันใดมีสิทธิ์ขับผ่านไปได้ก่อน

ก  คันที่มาถึงทางร่วมทางแยกก่อน

ข  ทั้งรถ ก. และ รถ ข.

ค  รถ ข.

ง  รถ ก.

 

จากภาพ รถคัน ก. จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ก  หยุดรถเพื่อให้รถจากทางด้านซ้ายขับผ่านไปก่อน

ข  ลดความเร็วของรถเพื่อให้รถทางด้านซ้ายและขวาขับผ่านไปก่อน

ค  หยุดรถเพื่อให้รถทางด้านขวามือขับผ่านไปก่อน

ง  ขับรถผ่านทางร่วมทางแยกไปได้เลย

 

จากภาพผู้ขับขี่รถคันใดสามารถขับรถแซงผ่านขึ้นหน้ารถคันอื่นได้

ก  รถคัน ก.

ข  รถคัน ก และคัน ข

ค  รถคัน ข.

ง  รถจักรยานยนต์

 

จากภาพข้อใดถูกต้อง

 

ผู้ขับขี่ต้องการเลี้ยวขวาและมีรถทางตรงวิ่งสวนมา จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ก  หยุดรถให้รถทางขวามือผ่านไปก่อนจึงเลี้ยวขวาได้

ข  หยุดรอให้รถทางตรงสวนมาก่อนจึงเลี้ยวขวาได้

ค  เลี้ยวได้ทันที

ง  ห้ามเลี้ยวรถ

 

กรณีมีรถเลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวาพร้อมกันในเส้นทางเดียวกันผู้ขับขี่ต้องทำอย่างไร

ก  ผู้ที่จะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวได้ทันที

ข  ผู้ที่จะเลี้ยวซ้ายต้องหยุดให้ทางแก่รถที่เลี้ยวมาจากทางขวาก่อน

ค  ผู้ที่จะเลี้ยวขวาต้องหยุดให้ทางแก่รถที่เลี้ยวมาจากทางด้านซ้ายก่อน

ง  ห้ามเลี้ยวซ้าย

 

กรณีที่เราเห็นรถคันอื่นให้สัญญาณจะเลี้ยวรถหรือเปลี่ยนช่องทางการเดินรถ จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ก  หยุดรถ

ข  จอดรถ

ค  ชะลอความเร็วและให้ทางแก่เขาไปก่อน

ง  เร่งความเร็วเพื่อจะไปก่อน

 

>>> ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 11 (การรับรู้สถานการณ์อันตราย)

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 9 (การบำรุงรักษารถ)

กรมการขนส่งทางบก ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์การสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557  โดยการนำเอาข้อสอบจำนวนทั้งหมด 1,000 ข้อ จาก 11 หมวดมาสุ่มออกข้อสอบ ทาง Zcooby ได้ทำการรวบรวมข้อสอบทั้งหมดโดยแยกแต่ละหมวดเพื่อให้ใช้งานง่าย โดยหมวดนี้จะเป็น ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 9 (การบำรุงรักษารถ)

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ทั้งหมด 11 หมวด (คลิ้กแต่ละตอนได้เลยครับ)

*************************************************

ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 9 (การบำรุงรักษารถ)

แบตเตอรี่ควรมีฉนวนหุ้มที่ขั้วแบตเตอรี่ขั้วใด

ก  ขั้วบวก

ข  ขั้วลบ

ค  ไม่จำเป็นต้องมีฉนวนหุ้ม

ง  หุ้มทั้งสองขั้ว

 

สาเหตุไฟไม่ชาร์จเข้าแบตเตอรี่เกิดจากอะไร

ก  เปิดเครื่องเสียงมากเกินไป

ข  ฉนวนหุ้มขั้วแบตเตอรี่หลุด

ค  เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวมากเกินไป

ง  ไดชาร์จชำรุดหรือสายพานไดชาร์จหย่อนหรือขาด

 

สาเหตุรถสตาร์ทไม่ติดเกิดจากสาเหตุใด

ก  กรองอากาศตัน

ข  น้ำมันเบรกหมด

ค  น้ำในหม้อน้ำแห้ง

ง  แบตเตอรี่ไม่มีไฟ

การตรวจเช็กแบตเตอรี่แบบง่ายๆ ว่ามีไฟปกติหรือไม่ กระทำได้อย่างไร

ก  บีบแตรและฟังเสียงว่าปกติหรือเบาลง

ข  ออกรถ 2-3 เมตรแล้วทดสอบเบรก

ค  เหยียบคลัตช์และเข้าเกียร์ให้ครบ

ง  หมุนพวงมาลัยไปด้านซ้ายและขวา

 

ผู้ขับขี่ควรใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อใด

ก  เมื่อมีหมอก ฝน ฝุ่น ควัน ในทางเดินรถ

ข  เมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก

ค  เมื่อจะกลับรถหรือเปลี่ยนช่องทางเดินรถ

ง  เมื่อรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ

วิธีใดเป็นวิธีการแก้ไขเบื้องต้นเมื่อเกิดไฟลัดวงจร

ก. รีบเปิดฝาหม้อน้ำทันที

ข. ดับเครื่องยนต์และถอดขั้วแบตเตอรี่ออก

ค. รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

ง. ใช้น้ำสาดทันที

ถ้าขั้วแบตเตอรี่มีคราบขี้เกลือ วิธีการใดเป็นการแก้ไขที่ดีที่สุด

ก. ใช้น้ำอุ่นล้างและทาจาระบี

ข. ใช้น้ำส้มสายชูล้าง

ค. ใช้น้ำมะนาวล้าง

งใ. ช้น้ำกลั่นล้าง

ในการถอดขั้วแบตเตอรี่ ควรถอดขั้วใดก่อน

ก. ขั้วไหนก่อนก็ได้

ข. ขั้วบวก

ค. ทั้งสองขั้วพร้อมกัน

ง. ขั้วลบ

 

น้ำที่ใช้เติมในแบตเตอรี่ ควรใช้น้ำชนิดใด

ก. น้ำกลั่น

ข. น้ำฝน

ค. น้ำบาดาล

ง. น้ำสบู่

 

การเติมน้ำกลั่นควรให้อยู่ระดับใดของแบตเตอรี่

ก. ให้อยู่ระหว่างขีดที่กำหนด

ข. เติมให้อยู่ระดับขีดต่ำกว่าที่กำหนดเล็กน้อย

ค. เติมให้อยู่ระดับสูงกว่าที่กำหนดเล็กน้อย

ง. เติมจนล้นแล้วปิดฝา

ขณะขับรถไฟเตือนสีใดไม่ควรแสดงอยู่บนแผงหน้าปัด

ก. สีเขียว

ข. สีเหลือง

ค. สีแดง

ง. สีน้ำเงิน

 

คราบขี้เกลือที่ขั้วแบตเตอรี่เกิดจากสาเหตุใด

ก. ฝุ่นละอองไปเกาะ

ข. น้ำกรดทำปฏิกิริยากับอากาศ

ค. น้ำไปโดนที่ขั้วแบตเตอรี่

ง.  ฉนวนหุ้มขั้วแบตเตอรี่สกปรก

 

แบตเตอรี่รถยนต์มีหน้าที่อย่างไร

ก. เก็บรักษาไฟฟ้าและจ่ายกระแสไฟ

ข. ใช้เวลาดับเครื่องยนต์

ค. ตัดกระแสไฟ

ง. ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าในรถยนต์

 

แบตเตอรี่รถยนต์จะมีขนาดแรงดันไฟฟ้ากี่โวลท์

 ก. 12 โวลท์

ข. 15 โวลท์

ค. 24 โวลท์

ง. 220 โวลท์

 

ไดสตาร์ททำหน้าที่อะไร

ก. ทำให้หมุนพวงมาลัยได้ดี

ข. ทำให้เครื่องยนต์ติด

ค. ทำให้ระบบเบรกทำงานดีขึ้น

ง. ทำให้แอร์ในรถเย็นขึ้น

 

ข้อใดคือความตึงของสายพานพัดลมและไดชาร์ทที่ถูกต้อง

ก. 5-15 มิลลิเมตร

ข. 20-25 มิลลิเมตร

ค. 25-30 มิลลิเมตร

ง. 30-35 มิลลิเมตร

ขณะขับรถไปได้ระยะหนึ่งปรากฏว่าไฟเตือนสีแดง  แสดงเกิดจากสาเหตุใด

ก. ไดชาร์ทชำรุด

ข. แบตเตอรี่เสีย

ค. แบตเตอรี่ใกล้หมดอายุ

ง. น้ำกลั่นแห้ง

 

การเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ควรเติมให้ท่วมแผ่นธาตุประมาณเท่าไร

ก. 1 นิ้ว

ข. 2 นิ้ว

ค. 3 นิ้ว

ง. 4 นิ้ว

 

 ไดชาร์จทำหน้าที่อะไร

ก. ทำหน้าที่สตาร์ทเครื่องยนต์

ข. ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าในรถยนต์

ค. ทำหน้าที่ดับเครื่องยนต์

ง. ทำหน้าที่เช็กอุณหภูมิความร้อนในรถยนต์

 

ท่านควรเติมน้ำมันเชื้อเพลิงรถเครื่องยนต์เบนซินอย่างไร

ก. เติมค่าที่ต่ำกว่าค่าที่กำหนดเพื่อความประหยัด

ข. เติมสูงกว่าค่าที่กำหนดเพื่อป้องกันเครื่องยนต์เสียหาย

ค. เติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนตามที่ระบุไว้ในคู่มือรถ

ง.  เติมค่าเท่าใดก็ได้ตามความสะดวก

 

น้ำมันแก๊สโซฮอล์  มีความหมายอย่างไร

ก. น้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอล

ข. น้ำมันที่มีส่วนผสมของสารตะกั่ว

ค. น้ำมันที่ได้จากพืช 100 เปอร์เซ็นต์

ง. น้ำมันที่มีส่วนผสมของน้ำมันหล่อลื่น

 

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยมีค่าออกเทนสูงสุดเท่าใด

ก. ค่าออกเทน 98

ข. ค่าออกเทน 95

ค. ค่าออกเทน 91

ง. ค่าออกเทน 87

 

ในการตรวจเช็กน้ำมันเชื้อเพลิงในห้องเครื่องยนต์เราควรตรวจสิ่งใดเป็นหลัก

ก. การเผาไหม้ของเครื่องยนต์

ข. การปลอมปนของน้ำมัน

ค. สภาพของท่อน้ำมันและรอยรั่วซึม

ง. ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง

 

หากท่านเติมน้ำมันผิดประเภทควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เติมชนิดที่ถูกเข้าไปเพื่อทำให้เจือจาง

ข. ขับไปให้หมดถังแล้วเติมชนิดที่ถูกเข้าไป

ค. ทำการเปลี่ยนถ่ายออกทันที

ง. ขับไปถ้ามีผลต่อเครื่องยนต์ค่อยถ่ายออก

 

หากท่านตรวจพบว่าท่อน้ำมันเริ่มมีรอยน้ำมันซึมออกมาท่านควรทำอย่างไร

ก. สลับท่อไปไว้ในท่อแรงดันต่ำ

ข. ใช้เทปรัดให้แน่นขึ้น

ค. ใช้ไปได้จนกว่าจะมีรอยหยดของน้ำมัน

ง. ทำการเปลี่ยนท่อใหม่

 

หากรถของท่านเกิดท่อน้ำมันรั่วท่านควรทำอย่างไร

ก. ดับเครื่องยนต์และไม่ควรขับรถต่อไปเนื่องจากอาจเกิดไฟไหม้ได้

ข. ขับไปหาศูนย์บริการเพื่อทำการซ่อม

ค. ใช้เทบรัดและขับไปหาช่าง

ง. นำขวดมารองน้ำมันที่รั่วและขับต่อไป

 

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

ก. ไม่ควรเติมน้ำมันหล่อลื่นลงไปผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง

ข. การเติมน้ำมันควรเติมในช่วงกลางวัน

ค. เราไม่สามารถเติมน้ำมันค่าออกเทน 95 แทนออกเทน 91 ได้

ง. น้ำมันที่แพงคือน้ำมันที่ดีที่สุด

 

เครื่องยนต์เบนซินกับเครื่องยนต์ดีเซลมีข้อแตกต่างอย่างไร

ก. มีระบบการสตาร์ทต่างกัน

ข. มีระบบการใช้น้ำระบายความร้อนต่างกัน

ค. เครื่องยนต์เบนซินใช้หัวเทียนในการจุดระเบิด

ง. มีระบบไฟต่างกัน

 

ในกรณีที่รถให้ใช้น้ำมันออกเทน 95 เท่านั้น ถ้าหากเราเติมน้ำมันค่าออกเทน 91 จะมีผลอย่างไร

ก. ใช้งานได้ตามปกติ

ข. เครื่องยนต์เกิดการสะดุด (น๊อก)

ค. เครื่องยนต์พังทันทีหากใช้งาน

ง.  ไม่มีผลต่อการใช้งาน

 

 ในกรณีที่เติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงกว่าในคู่มือการใช้จะมีผลอย่างไร

ก. เครื่องยนต์ร้อนขึ้นกว่าเดิม

ข. ไม่มีผลต่อการใช้งาน

ค. เครื่องยนต์สึกหรอกว่าปกติ

ง. รอบเครื่องยนต์สูงขึ้นกว่าปกติ

 

ในขณะที่ท่านเติมน้ำมันเชื้อเพลิงท่านควรปฏิบัติอย่างไร

 ก. ดับเครื่องยนต์

ข. ลงจากรถและเดินออกให้ไกล

ค. ไม่ต้องทำอะไร

ง. ติดเครื่องยนต์ไว้

 

การตรวจเช็กรอยรั่วซึมระบบเชื้อเพลิงท่านควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ใช้น้ำสบู่เช็ดหาคราบน้ำมัน

ข. ใช้ไฟฉายหรือไฟแช็กส่องดูถ้ามองไม่เห็น

ค. ใช้จากการสังเกตและการดมกลิ่น

ง. ใช้มือหมุนท่อยางหาความบกพร่อง

 

หากท่านใช้ก๊าชธรรมชาติ CNG จะมีผลต่อเครื่องยนต์อย่างไร

ก. ไม่มีผลต่อเครื่องยนต์

ข. เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่าการใช้น้ำมัน

ค. เครื่องยนต์จะเย็นกว่าปกติ

ง. อายุการใช้งานหัวเทียนมากกว่าการใช้น้ำมัน

 

น้ำมันเบนซิน E85 หมายความว่า

ก. มีส่วนผสมของเมทานอล 15 ส่วน

ข. มีส่วนผสมของเอทานอล 15 ส่วน

ค. มีส่วนผสมของน้ำมัน 85 ส่วน

ง. มีส่วนผสมของเอทานอล 85 ส่วน

 

น้ำมันเชื้อเพลิงในข้อใดมีการระเหยเร็วมากที่สุด

ก. น้ำมัน E85

ข. น้ำมัน E20

ค. น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95

ง.  น้ำมัน 95

รถเครื่องยนต์ดีเซลหากมีสัญญาณเตือนในระบบกรองดักน้ำ  ท่านควรทำอย่างไร

ก. ถอดกรองดังน้ำออกมาทำความสะอาด

ข. ให้ช่างเปลี่ยนกรองดักน้ำ

ค. ถ่ายน้ำออกจากกรองดักน้ำ

ง. ดับเครื่องยนต์และสตาร์ทเครื่องใหม่

 

รถเครื่องยนต์ดีเซลหากมีควันดำมากผิดปกติเกิดจากสาเหตุใด

ก. กรองอากาศตัน

ข. เติมน้ำมันผิดประเภท

ค. เติมน้ำมันปลอม

ง. ในน้ำมันเชื้อเพลิงมีน้ำผสมอยู่

 

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของน้ำมันเครื่องยนต์

ก. ระบายความร้อน

ข. รองหรือคั่นหน้าผิวสัมผัส

ค. สร้างความหนืด

ง. ชำระสิ่งสกปรกเครื่องยนต์

 

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องยนต์ ควรต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ชิ้นส่วนใดของเครื่องยนต์ด้วย  

ก. สายพานเครื่องยนต์

ข. หัวเทียน

ค. กรองน้ำมันเชื้อเพลิง

ง. กรองน้ำมันเครื่อง

 

การตรวจเช็กระดับน้ำมันหล่อลื่นในเครื่องยนต์ตรวจเช็กที่อุปกรณ์ส่วนใดของเครื่องยนต์

ก. อ่างน้ำมันเครื่อง

ข. ฝาเติมน้ำมันเครื่อง

ค. กรองน้ำมันเครื่อง

ง. ก้านวัดน้ำมันเครื่อง

 

ข้อใดเป็นขั้นตอนก่อนตรวจเช็กและเติมระดับน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ ที่ถูกต้อง

ก. จอดรถบนพื้นราบ เช็กน้ำมันขณะยังติดเครื่องยนต์อยู่อย่างน้อง 10-15 นาที

ข. จอดรถบนพื้นราบ เช็กน้ำมันขณะยังไม่ติดเครื่อง หรือดับเครื่องยนต์อย่างน้อย  10-15 นาที

ค. จอดรถบนพื้นราบ เช็กน้ำมันหลังดับเครื่องยนต์ทันที

ง. จอดรถบนพื้นราบ เช็กน้ำมันขณะยังติดเครื่องยนต์ หรือดับเครื่องยนต์ทันที

 

ข้อใดคือวิธีการสังเกตรอยรั่วซึมของน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์

ก. สังเกตที่พื้นที่รถจอด และตามรอยต่อ หรือข้อต่อเครื่องยนต์

ข. สังเกตที่อาการเสียงดังของเครื่องยนต์

ค. สังเกตได้จากการดมกลิ่นน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์

ง. สังเกตจากความร้อนที่ขึ้นสูงของเครื่องยนต์

 

หากลมยางล้อหน้าด้านซ้ายอ่อนเวลาขับรถจะมีผลอย่างไร

ก. ยางล้อหลังสึกหรอไม่สม่ำเสมอ

ข. รถกินน้ำมันน้อยกว่าปกติ

ค. พวงมาลัยกินไปด้านขวา

ง. พวงมาลัยกินไปด้านซ้าย

 

ถ้าเติมลมยางอ่อนเกินไป จะมีผลกับยางอย่างไร

ก. ดอกยางตรงกลางจะสึกเร็วกว่าปกติ

ข. การขับขี่จะแข็งกระด้าง

ค. ทำให้ดอกยางทางด้านข้างทั้งสองสึกหรอ

ง. ทำให้กินน้ำมันน้อยลง

 

ถ้าเติมลมยางแข็งเกินไป จะมีผลกับยางอย่างไร

ก. ดอกยางตรงกลางจะสึกหรอเร็วกว่าปกติ

ข. การขับขี่จะนุ่มนวลขึ้น

ค. ทำให้กินน้ำมันเชื้อเพลิง

ง. ดอกยางด้านข้างจะสึกเร็วกว่าปกติ

 

การตรวจสอบลมยางข้อใดถูกต้อง

ก. 1 เดือน

ข. 2 เดือน

ค. 3 เดือน

ง. อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

 

การเติมลมยางข้อใดถูกต้อง

ก. เติมในขณะยางยังร้อนอยู่

ข. ควรเติมลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่

ค. ควรเติมลมยางให้แข็งมากๆ

ง. ควรเติมลมยางให้อ่อนมากๆ

 

โดยปกติการสลับยางควรสลับทุกระยะทางกี่กิโลเมตร

ก. 10,000 กิโลเมตร

ข. 25,000 กิโลเมตร

ค. 30,000 กิโลเมตร

ง. 35,000 กิโลเมตร

 

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ยางระเบิด

ก. ใช้ยางเก่าเก็บ

ข. ใช้ยางหมดอายุ

ค. บรรทุกน้ำหนักมากเกินไป

ง. เติมลมยางให้พอดีตามที่กำหนด

 

ยางมีหน้าที่อย่างไร

ก. ตัดต่อเครื่องยนต์

ข. ทำให้รถมีกำลังขับเคลื่อน

ค. ช่วยยึดเกาะถนนไม่ให้ลื่นไถล

ง. ระบายความร้อน

 

 การเติมลมยางสำหรับรถยนต์ ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. ใช้วิธีเคาะแล้วฟังเสียงยาง

ข. คาดคะเนด้วยสายตา

ค. ปฏิบัติตามคู่มือการใช้รถ

ง. เติมเท่าไรก็ได้

 

 ฝาปิดจุ๊บลมยางมีประโยชน์อย่างไร

ก. ป้องกันลมรั่วซึมและสิ่งสกปรกต่างๆ

ข. ป้องกันยางแตก

ค. ป้องกันการขโมยยาง

ง. ป้องกันไม่ให้ใครมาเติมลม

 

 

 การเปลี่ยนขนาดยางเล็กเกินไปจะเกิดผลเสียอย่างไร

ก. ทำให้กินน้ำมันมากกว่าเดิม

ข. พวงมาลัยหนักขณะใช้ความเร็วต่ำ

ค. ยางจะเสียดสีกับตัวถังรถ

ง. ความสามารถในการรับน้ำหนักลดน้อยลง

 

 การเปลี่ยนขนาดยางใหญ่เกินไปจะเกิดผลเสียอย่างไร

ก. สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง

ข. ความสามารถในการรับน้ำหนักลดน้อยลง

ค. การสึกหรอของดอกยางจะมากขึ้น

ง. พวงมาลัยจะเบามากเมื่อความเร็วต่ำ

 

 ตัวเลขสองตัวแรก 21 บ่งบอกถึงอะไร

ก. วันที่ผลิตยาง

ข. สัปดาห์ของปีที่ผลิตยาง

ค. เดือนที่ผลิตยาง

ง. วันที่ยางหมดอายุ

 

 ตัวเลขสองตัวหลัง 13 บ่งบอกถึงอะไร

ก. ปี ค.ศ.ที่ผลิต

ข. วันที่ผลิต

ค. สัปดาห์ที่ผลิต

ง. ปี ค.ศ.ที่ยางหมดอายุ

 

195/60 R 14 85H ตัว R หมายถึง

ก. ขีดจำกัดความเร็ว

ข. โครงสร้างยางแบบเรเดียล

ค. การรับน้ำหนัก

ง. เส้นผ่าศูนย์กลางล้อ

 

 การตรวจความตึงของสายพานควรทำอย่างไร

ก. ใช้ไม้เคาะ

ข. ดูด้วยสายตาก็พอ

ค. ใช้มือกดที่กึ่งกลางสายพาน

ง. ถอดสายพานออกเพื่อนำมาวัด

 

 อุปกรณ์ของรถส่วนใดไม่เกี่ยวกับระบบสายพาน

ก. แอร์

ข. ไดชาร์ท

ค. ปั๊มน้ำ

ง. กรองอากาศ

 

 ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของสัญญาณแตรไม่ดัง

ก. ฟิวส์ขาด

ข. สายไฟขาด

ค. แบตเตอรี่หมด

ง. สายพานขาด

 

ข้อใดคือเสียงดังปกติ

ก. เสียงสายพานหย่อน

ข. เสียงยางรถเสียดสีกับถนน

ค. เสียงที่ดังจากที่ปัดน้ำฝน

ง. เสียงคอมเพลสเซอร์แอร์

 

 ข้อใดคือผลเสียของการไม่ตรวจเช็กรถก่อนใช้งาน

ก. ค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถยนต์มากขึ้น

ข. ประหยัดเชื้อเพลิง

ค. ลดมลพิษ

ง. ปลอดภัย

 

 ถ้าเกิดเสียงดังแหลมๆ (เอี๊ยดๆ หรือ จี๊ดๆ) ดังจากห้องเครื่องเกิดจากอะไร

ก. หม้อน้ำแห้ง

ข. แบตเตอรี่หมด

ค. เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ

ง. สายพานหย่อน

 

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ควรจะเปลี่ยนสายพาน

ก. สายพานหย่อน

ข. ร่องสายพานไม่มี

ค. สายพานแตก กรอบ

ง. สายพานขาดครึ่งเส้น

 

 เสียงใดคือเสียงที่ผิดปกติจากรถยนต์

ก. เสียงไฟฉุกเฉิน

ข. เสียงไฟเลี้ยว

ค. เสียงเบรกดัง

ง.  เสียงไฟถอยหลัง

 

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการเกิดควันไอเสียสีขาว

ก. กรองอากาศตัน

ข. แหวนลูกสูบหลวม

ค. เติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป

ง. เครื่องยนต์สึกหรอมาก

 

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการสตาร์ทรถไม่ติด

ก. ขั้วแบตเตอรี่หลวม

ข. สายพานหย่อน

ค. น้ำมันเชื้อเพลิงหมด

ง. มอเตอร์สตาร์ทเสีย

 

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัด

ก. น้ำในหม้อน้ำแห้ง

ข. น้ำกลั่นแบตเตอรี่แห้ง

ค. สายพานพัดลมขาด

ง. น้ำมันเครื่องแห้ง

 

ในขณะขับรถมีไฟเตือนสีแดงรูปแบตเตอรี่ปรากฏขึ้นที่แผงหน้าปัดแสดงว่าอะไร

ก. ไดชาร์ทชำรุด

ข. แบตเตอรี่เสีย

ค. น้ำกลั่นในแบตเตอรี่แห้ง

ง. แบตเตอรี่ไม่มีไฟ

 

เบรกมือไม่ควรใช้ในสถานการณ์ใด

ก. ใช้หยุดรถบนทางลาดชัน

ข. ใช้เมื่อหยุดรถขณะติดไฟแดง

ค. ใช้จอดรถบนทางลาดชัน

ง. ใช้เมื่อขับรถลงทางลาดชัน

 

เบรกมือควรใช้ในสถานการณ์ใด

ก. ใช้จอดหรือหยุดรถบนทางลาดชัน

ข. ใช้เพื่อชะลอความเร็ว

ค. ใช้เมื่อต้องการหยุดรถกะทันหัน

ง. ใช้เมื่อขับรถลงทางลาดชัน

 

ควรหลีกเลี่ยงการใช้เบรกอย่างรุนแรงเมื่ออยู่ในสถานการณ์ใด

 ก. ทางขึ้นลาดชัน

ข. ทางร่วม ทางแยก

ค. ทางโค้ง

ง. ทางลงลาดชัน

 

วิธียืดอายุการใช้งานของผ้าเบรกควรทำอย่างไร

ก. ควรกะระยะในการหยุดรถและเบรกอย่างนุ่มนวล

ข. ควรเบรกแบบกะชั้นชิด

ค. ควรเบรกและหมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายและขวาเล็กน้อย

ง. ควรใช้เบรกมือและเบรกเท้าพร้อมกันเมื่อต้องการหยุดรถ

 

อุปกรณ์ใดที่ไม่มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเบรกรถ

ก. ยางรถยนต์

ข. พวงมาลัย

ค. เกียร์

ง.  ระบบช่วงล่าง

 

ถ้าไม่ปลดล็อกเบรกมือเมื่อเคลื่อนรถจะมีอาการอย่างไร

ก. เมื่อรถเคลื่อนตัวจะรู้สึกว่ารถเร่งความเร็วไม่ขึ้น

ข. เมื่อรถเคลื่อนตัวจะรู้สึกว่ารถออกตัวเร็วขึ้น

ค. เมื่อหมุนพวงมาลัยจะรู้สึกหนัก

ง. เครื่องยนต์มีอาการสะดุด

 

เบรกเท้าจะทำงานที่ล้อใดบ้าง

ก. ล้อหน้าซ้าย ล้อหลังขวา

ข. ล้อคู่หน้า

ค. ล้อคู่หลัง

ง.  ทั้ง 4 ล้อ

 

สีของน้ำมันเบรกที่มีคุณภาพคือสีอะไร

ก. สีเหลืองใส

ข. สีดำข้น

ค. สีแดง

ง. สีน้ำตาลเข้ม

 

 สีของน้ำมันเบรกที่เสื่อมสภาพคือสีใด

ก. สีฟ้า

ข. สีแดง

ค. สีดำ

ง. สีเหลือง

 

เบรกมือใช้ควบคุมล้อใดของรถ

ก. ล้อคู่หลัง

ข. ล้อคู่หน้า

ค. ทั้งสี่ล้อ

ง.ล้อหลังขวา ล้อหน้าซ้าย

 

เมื่อเหยียบเบรกแล้วเกิดเสียงดังเป็นเพราะสาเหตุใด

ก. ผ้าเบรกหมดหรือหมดอายุ

ข. ยางหมดอายุ

ค. ลมยางอ่อน

ง. ลมยางแข็ง

 

ผ้าเบรกจะทำงานเสียดสีกับอุปกรณ์ส่วนใดของรถยนต์

ก. ยางรถยนต์

ข. ล้อรถยนต์

ค. กระทะล้อ

ง. จานเบรก

 

ข้อใดคือหน้าที่ของน้ำมันเครื่องยนต์

ก. ระบายความร้อนออกจากหม้อน้ำ

ข. ระบายความร้อนออกจากเครื่องยนต์

ค. ระบายความร้อนจากผ้าเบรก

ง. ทำความสะอาดหม้อน้ำ

 

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของน้ำมันเครื่องยนต์

ก. ระบายความร้อนออกจากหม้อน้ำ

ข. หล่อลื่นชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่เพื่อลดการสึกหรอ

ค. ทำความสะอาดชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์

ง. ระบายความร้อนออกจากเครื่องยนต์

 

การเตรียมความพร้อมของรถยนต์ก่อนการตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่องยนต์ ข้อใดถูกต้อง

ก. จอดรถยนต์บนพื้นราบและดับเครื่องยนต์

ข. จอดรถยนต์บนพื้นลาดเอียงและติดเครื่องยนต์

ค. จอดรถยนต์ที่ใดก็ได้และติดเครื่องยนต์

ง. ล้างอัดฉีดรถยนต์ให้สะอาดก่อน

 

การตรวจเช็กระดับน้ำมันเครื่องยนต์ดูได้จากสิ่งใด

ก. ก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องยนต์

ข. ก้านวัดระดับน้ำมันเกียร์ออโต้

ค. ก้านวัดระดับน้ำมันเพาเวอร์

ง. กรองน้ำมันเครื่องยนต์

 

การตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่องยนต์ในข้อใดมีระดับน้ำมันที่ดีที่สุด  

ก. น้ำมันเครื่องยนต์อยู่ระดับ  F

ข. น้ำมันเครื่องยนต์อยู่ระดับ  L

ค. น้ำมันเครื่องยนต์อยู่ระดับต่ำกว่า L

ง. น้ำมันเครื่องยนต์อยู่ระดับต่ำกว่า F

 

ถ้าระดับน้ำมันเครื่องยนต์สูงเกินไปจะมีผลอย่างไร

ก. ลดความร้อนของเครื่องยนต์

ข. ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ยาวกว่าปกติ

ค. ทำให้เกิดแรงดันสูงในห้องเครื่องยนต์ และมีควันขาว

ง. เกิดการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ ลดมลพิษ

 

ถ้าระดับน้ำมันเครื่องยนต์ต่ำเกินไปจะมีผลอย่างไร

ก. ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

ข. ยืดอายุการทำงานของชิ้นส่วนเครื่องยนต์

ค. เครื่องแรงสตาร์ทติดง่าย

ง. ทำให้ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์สึกหรออย่างรวดเร็ว

 

เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถควรตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่องยนต์อย่างน้อยที่สุด

ก. สัปดาห์ละ 1  ครั้ง

ข. เดือนละ  2  ครั้ง

ค. เดือนละ 1 ครั้ง

ง. สองเดือน  1  ครั้ง

 

น้ำมันเบรกควรเปลี่ยนเมื่อใด

ก. ควรเปลี่ยนทุก 3 เดือน

ข. ควรเปลี่ยนทุก 6 เดือน

ค. ควรเปลี่ยนทุก 1 ปี

ง. ควรเปลี่ยนทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

 

คุณสมบัติของน้ำมันเบรกคือข้อใด

ก. ของเหลวที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดกำลังจากแป้นเบรก

ข. น้ำมันหล่อลื่นที่มีจุดเดือดต่ำ

ค. สารเคมีที่ใช้ไล่ความชื้น

ง. น้ำมันหล่อลื่นที่ระเหยได้ง่าย

 

ข้อใดคือการตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่องยนต์

ก. ฟังเสียงเครื่องยนต์

ข. ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาตรวจสอบ

ค. ดูรอยหยดของน้ำมันเครื่อง

ง. เปิดฝาน้ำมันเครื่องดู

 

หากระดับน้ำมันเพาเวอร์ต่ำกว่ากำหนด จะมีผลอย่างไรต่อการขับรถของท่าน

ก. พวงมาลัยจะหนักมากกว่าปกติ

ข. ขับรถแล้วจะเอียงซ้าย

ค. ขับรถแล้วจะเอียงขวา

ง.  ขับรถแล้วส่ายไปมา

 

ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกเมื่อใด

ก. ควรเปลี่ยนทุก 2 ปี

ข. ควรเปลี่ยนทุก 5 ปี

ค. ควรเปลี่ยนทุกปี

ง. ไม่ต้องเปลี่ยน คอยเติมให้ได้ระดับเท่านั้น

 

ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของน้ำมันเครื่องยนต์

ก. ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

ข. ช่วยหล่อลื่น ลดการเสียดสีและการสึกหรอ

ค. ป้องกันการเกิดสนิมในเครื่องยนต์

ง. ป้องกันฝุ่นละออง

 

ข้อใดไม่ใช่การตรวจสอบน้ำมันเครื่องยนต์

ก. ดมกลิ่น

ข. สี

ค. ปริมาณ

ง. ความหนืด สิ่งเจือปน

 

 การเติมน้ำมันเครื่องควรเติมปริมาณเท่าไหร่

ก. เติมให้สูงกว่าขีดบนของก้านวัด

ข. ปริมาณเสมอขีดบนของก้านวัด

ค. เติมให้ต่ำกว่าขีดล่างของก้านวัด

ง. เติมให้เต็มเครื่องยนต์

 

หม้อน้ำรถยนต์มีหน้าที่อะไร

ก. ระบายความร้อนของเครื่องยนต์

ข. ทำให้รถวิ่งเร็วขึ้น

ค. ระบายความร้อนให้ห้องผู้โดยสาร

ง. ทำให้ประหยัดน้ำมัน

 

 การเติมน้ำในหม้อพักน้ำควรเติมให้อยู่ในระดับใด

ก. เติมให้อยู่ระหว่าง  Full กับ Low

ข. เติมให้เลยระดับ   Full

ค. เติมให้ต่ำกว่า Low

ง. เติมให้ถึงฝาปิด

 

อุณหภูมิเครื่องยนต์ที่ทำงานปกติควรอยู่เท่าไร

ก. 60 – 70 องศาเซลเซียส

ข. 50 -60 องศาเซลเซียส

ค. 40-50 องศาเซลเซียส

ง. 80 –95 องศาเซลเซียส

 

ถ้าเครื่องยนต์ร้อนจัดไม่ควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เติมน้ำเมื่อเครื่องยนต์เย็นลง

ข. เอาน้ำราดลงไปที่เครื่องยนต์จะทำให้เครื่องยนต์เย็น

ค. เปิดฝากระโปรงเพื่อระบายความร้อน

ง. ปิดแอร์ เปิดหน้าต่างและจอดรถ

 

ถ้าพัดลมหม้อน้ำเสียจะเกิดอะไรขึ้น

ก. อุณหภูมิของน้ำและเครื่องยนต์จะเพิ่มขึ้น

ข. อุณหภูมิของน้ำและเครื่องยนต์จะลดลง

ค. อุณหภูมิของน้ำและเครื่องยนต์จะคงที่

ง. ประหยัดน้ำมัน

 

พัดลมหม้อน้ำมีหน้าที่อะไร

ก. ช่วยระบายความร้อนของเบรก

ข. ทำให้น้ำร้อนเร็วขึ้น

ค. ช่วยระบายความร้อนของหม้อน้ำ

ง. ทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

 

ไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำในกรณีใด

ก. เปิดตอนเช้าขณะยังไม่ติดเครื่องยนต์

ข. เครื่องเย็น

ค. เครื่องร้อนจัด

ง. เปิดถังพักสำรองหม้อน้ำเพื่อเติมน้ำ

 

สภาพท่อยางหม้อน้ำที่ยังใช้งานได้ดีต้องมีลักษณะอย่างไร

ก. บีบแล้วต้องมีความยืดหยุ่น

ข. บีบแล้วต้องแข็งกระด้าง

ค. มีรอยบวมที่ท่อยาง

ง. มีรอยฉีกขาด

 

ปั๊มน้ำรถยนต์มีหน้าที่อย่างไร

ก. ทำให้น้ำหมุนเวียนจากเครื่องไปยังหม้อน้ำแล้วไหลกลับเข้าเครื่องยนต์

ข. ทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงหมุนเวียนจากเครื่องไปยังถังน้ำมันเชื้อเพลิง

ค. ทำให้น้ำมันเครื่องหมุนเวียนภายในเครื่องยนต์

ง. ปั๊มน้ำจากภายนอกเวลาน้ำในหม้อน้ำขาดหายไป

 

ข้อใดคือวิธีป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนจัด

ก. เติมยางรถยนต์ให้มากกว่าปกติ

ข. เปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ให้แรง

ค. เปลี่ยนพัดลมให้ใหญ่ขึ้น

ง. ตรวจระดับน้ำในหม้อน้ำก่อนใช้งานทุกวัน

 

การตรวจสอบลมยางล้อรถ จะต้องตรวจสอบที่ล้อใด

ก. เฉพาะล้อหน้า

ข. เฉพาะล้อหลัง

ค. ทั้งสี่ล้อ

ง. ทั้งสี่ล้อและล้ออะไหล่

 

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

ก. แม่แรง ค้ำยัน ใช้ในการยกรถ

ข. ยางอะไหล่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้

ค. ไฟฉาย ช่วยในการหาจุดชำรุดในเวลากลางคืน

ง. อุปกรณ์ดับเพลิง ใช้เมื่อเกิดเพลิงไหม้เครื่องยนต์

 

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตรวจเช็กรถก่อนใช้งาน

ก. ตรวจการชำรุดของสัญญาณไฟโดยการเปิดไฟกระพริบรอบตัวรถ

ข. เพื่อยึดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ควรใช้น้ำบาดาลเติมอยู่เสมอ

ค. ควรดับเครื่องก่อนเช็คน้ำมันหล่อลื่น

ง. ตรวจวัดแรงดันลมยางเป็นประจำ

 

ข้อใดเป็นการตรวจเช็กและบำรุงรักษาอุปกรณ์รถยนต์ที่ไม่ถูกต้อง

ก. เติมน้ำฉีดกระจกด้วยน้ำสะอาดผสมน้ำยาล้างจานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างสิ่งสกปรก

ข. เติมน้ำมันเครื่องโดยเติมให้อยู่ระดับบนเสมอ

ค. ควรใช้น้ำกลั่นเติมลงในแบตเตอรี่ทุกครั้ง

ง. ควรตรวจสอบการรัดตรึงของหัวขั้วแบตเตอรี่ให้มีสภาพพร้อมใช้งานเสมอ

 

การตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องในเครื่องยนต์ ควรตรวจสอบเมื่อใด

ก. หลังดับเครื่องยนต์ทันที

ข. ขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน

ค. หลังดับเครื่องยนต์อย่างน้อย 10 นาที

ง. ขณะที่จอดรถบนเนิน

 

ในการถอดขั้วแบตเตอรี่ ควรถอดขั้วใดก่อน

ก. ถอดขั้วบวกและขั้วลบพร้อมกัน

ข. ขั้วบวก

ค. ขั้วใดก่อนก็ได้

ง. ขั้วลบ

 

ระดับของเหลวในข้อใดต่อไปนี้ หากอยู่ในระดับที่ต่ำจะมีโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุ

ก. ระดับน้ำมันเบรก

ข. ระดับน้ำในแบตเตอรี่

ค. ระดับน้ำยาหล่อเย็น

ง. ระดับน้ำฉีดกระจก

 

เพราะเหตุใดจึงไม่ควรเติมน้ำในถังพักหม้อน้ำให้เต็มถัง

ก. เพราะต้องสำรองเนื้อที่ในการขยายตัวของน้ำเมื่อเกิดความร้อน

ข. เพราะน้ำในหม้อน้ำจะร้อนมากยิ่งขึ้น

ค. เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ชำรุด

ง. เพราะจะทำให้หม้อน้ำเป็นสนิมมากยิ่งขึ้น

 

ข้อใดต่อไปนี้ปฏิบัติไม่ถูกต้อง

ก. ควรอุ่นเครื่องยนต์ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

ข. ฟังเสียงเครื่องยนต์ทุกครั้งว่ามีความผิดปกติหรือไม่

ค. ดับเครื่องยนต์แล้วเช็กระดับน้ำมันเครื่องทันที

ง. ตรวจสอบระบบส่งกำลังทุกครั้งว่าใช้งานได้อย่างปกติหรือไม่

 

การตรวจสอบลมยางที่ถูกต้องควรปฏิบัติอย่างไร

ก. เอาเหล็กมาตีที่หน้ายาง

ข. ใช้เครื่องวัดลมยาง

ค. ดูด้วยตาเปล่า

ง. ใช้มือคลำ

 

 ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติดหรือติดยาก

ก. แบตเตอรี่มีไฟไม่เพียงพอ

ข. เติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป

ค. น้ำมันเชื้อเพลิงหมด

ง. ฟิวส์ขาด

 

การตรวจสอบลมยางที่ถูกต้องจะต้องทำเมื่อใด

ก. เมื่อยางล้อรถมีอุณหภูมิต่ำ

ข. หลังจากที่ขับขี่ติดต่อมาหลายชั่วโมง

ค. เมื่อยางล้อรถมีอุณหภูมิสูง

ง. หลังจากที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง

 

แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานน้อยกว่าปกติมีสาเหตุเกิดจากสิ่งใด

ก. น้ำกลั่นแห้งบ่อยครั้ง

ข. เปิดไฟหน้ารถตลอดเวลาเพราะมีหมอกควันเวลาขับรถ

ค. เปิดไฟหน้าบ่อยครั้งเวลาขับในช่วงกลางคืน

ง. เปิดปิดกระจกรถบ่อยครั้งเวลาขับรถ

 

หม้อน้ำซึมสังเกตุจากสิ่งใดได้บ้าง

ก. เร่งเครื่องยนต์ไม่ขึ้น

ข. เข้าเกียร์ไม่ได้ตามปกติรู้สึกติดขัดเวลาปรับเกียร์

ค. รอบเครื่องยนต์จะสูงขึ้นมากกว่าปกติ

ง. สังเกตคราบน้ำยาหล่อเย็นบริเวณจุดที่ซึม

 

ถ้าจะเติมน้ำในถังพักหม้อน้ำไม่ควรเติมน้ำชนิดใด

ก. น้ำบาดาล

ข. น้ำฝน

ค. น้ำกลั่น

ง. น้ำประปา

 

การตรวจสอบความตึง-หย่อนของสายพานเครื่องยนต์เบื้องต้น ควรตรวจสอบอย่างไร

ก. ดูสายพานเครื่องยนต์ ด้วยตาเปล่า

ข. ใช้นิ้วมือกดสายพานเครื่องยนต์

ค. ติดเครื่องฟังเสียงสายพานเครื่องยนต์

ง. ใช้มือคลำสายพานเครื่องยนต์

 

การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในรถยนต์ควรตรวจสอบอะไรบ้าง

ก. ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา

ข. ไฟเบรกและไฟหน้า

ค. ไฟหน้าและไฟเลี้ยวซ้ายขวา

ง. ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวาและไฟหน้าสูงต่ำ-ไฟหรี่-ไฟเบรก-ไฟส่องป้ายทะเบียนรถ

 

การเติมน้ำในถังพักหม้อน้ำควรอยู่ในระดับใด

ก. อยู่ระหว่างเกณฑ์สูง-ต่ำ ที่กำหนดไว้ข้างถังพักน้ำ

ข. เต็มถัง

ค. เติมเท่าไรก็ได้

ง. ครึ่งถัง

 

เหตุใดจึงไม่ควรเติมน้ำในถังพักหม้อน้ำให้เต็มถัง

ก. เพราะ จะทำให้เครื่องยนต์ชำรุด

ข. เพราะ น้ำในหม้อน้ำจะร้อนมากยิ่งขึ้น

ค. เพราะจะทำให้หม้อน้ำเป็นสนิมมากยิ่งขึ้น

ง. เพราะ สำรองเนื้อที่การขยายตัวของน้ำเมื่อเกิดความร้อน

 

>>> ข้อสอบใบขับขี่ล่าสุด 2557 ตอนที่ 10 (รูปภาพจราจร)