Ziska คืออะไร? เกี่ยวข้องอะไรกับนิยาย”พิษสวาท”ของทมยันตี

หลังจากที่มีกระแสของ อาจารย์ท่านหนึ่งในเฟสบุ้คที่ได้โพสต์บอกว่า นิยายเรื่องพิษสวาทนั้น เป็นพล้อตมาจากนิยายต่างประเทศในเรื่อง Ziska ทำให้หลายคนสงสัยว่า เรื่องจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร วันนี้ Zcooby จะทำการรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากนะครับ

Ziska คืออะไร?

Ziska เป็นนิยายฝรั่งที่เขียนโดย Marie Corilli นักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ ที่เขียนขึ้นในปี 1897 (ผู้เขียนมีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1855-1924) โดยเป็นเรื่องความแค้นของผีนางระบำอิยิปต์ ที่หลายคนเชื่อว่า นิยาย “พิษสวาท” ของทมยันตี มีส่วนที่คล้ายกับนิยายเรื่องนี้

ต้นเรื่องของกรณี Ziska

จากรูปด้านล่างจะเป็นต้นเรื่องกรณีดราม่า Ziska กับ พิษสวาท ที่มีผู้ให้ความเห็นในเชิงที่เชื่อว่า คุณทมยันตีได้เอามาเป็นส่วนหนึ่งในนิยายเรื่อง พิษสวาท

obeu99jkl8NPB9uunpU-o

จนกระทั่ง ผู้ใช้งานในเว็บพันทิปดอทคอม ที่ใช้ชื่อว่า จิตรางคทา ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ดังนี้ครับ

จากกระทู้ก่อนที่มีคนมาโพสต์ถึงข้อความของอาจารย์ท่านหนึ่งในเฟสบุ้คที่ได้โพสต์บอกว่า นิยายเรื่องพิษสวาทนั้น เป็นพล้อตมาจากนิยายต่างประเทศในเรื่อง Ziska และในกระทู้นั้นก็ได้มีคนเข้ามาแสดงความเห็นมากมาย เราได้ตามอ่านหมด ส่วนมากจะเป็นความเห็นเชิงลบ แต่เราไม่ทราบข้อเท็จจริง หริอนิยายทั้งสองเรื่อง จึงไม่สามารถแย้งอะไรได้ จนมาเจอคอมเม้นท์ของคุณ’จิตราคทาง’ ที่พูดถึงนิยายในเรื่อง Ziska ว่า

ไปๆ มาๆ  Ziska ที่นักวิชาการพูด มันก็ไม่ได้เหมือนกับ Ziska จริงๆ ทั้งหมดแฮะ
ไม่รู้จำผิดหรืออย่างไร  เปลี่ยนเนื้อหาบางส่วนของ Ziska ให้ตรงกับของพิษสวาทเองซะงั้น

จากเฟสที่โพส

“Ziska” นางเอกเป็นผีนางระบำอียิปต์

โดนผัวซึ่งเป็นแม่ทัพของฟาโรห์ หลอกไปฟันคอตายในสุสานฟาโรห์ เพื่อให้เป็นผีเฝ้าสมบัติกษัตริย์

นางเอกเลยพยายามตามหาผัวที่กลับมาเกิดใหม่ หวังหักคอจิ้มน้ำพริก แล้วเอาวิญญาณไปอยู่ด้วยกัน

ผีนางระบำอียิปต์  – ใช่.. มั้ง   (ตัวเองยังอ่านไม่เจอ แอบข้ามๆ อ่านบทหลังๆ บทไคลแมกซ์ก่อน)
ผัวเป็นแม่ทัพของฟาโรห์  – ใช่ ..อ้อ แต่ยังไม่แต่งกันนะ เรียกว่าชู้รัก ไม่ใช่สามี
หลอกไปฟันคอตายในสุสานฟาโรห์  – ตายในวังนะ ไม่ใช่ที่สุสาน
นางนั่งร้องเพลงรออยู่ น่าจะนัดพลอดรักกันหลังแม่ทัพรบชนะกลับมา  

ฉากนั้นบรรยายว่า

in the palace there was the sound of music and triumph and laughter and a whisper on the air

 

พอผู้ชายมาถึงไม่พูดพร่ำทำเพลง มีดเสียบอกมิดด้ามเลย

the plunge of the jewelled knife upto the hilt in the passionate white bosom of Charmazel!

 

แล้วก็ไม่ได้สาปให้เฝ้าสมบัติด้วย นางเอกบอกว่า เพราะเขาหลงเสน่ห์คนอื่น
และนางตายไม่รู้ตัวแล้วก็กลับมา ตามหาเขา จนสุดท้ายมารออยู่ที่สุสานของเขา
(เพราะความเชื่ออียิปต์ เชื่อว่าคาหรือวิญญาณจะกลับมายังร่างที่ถูกเก็บรักษาไว้ในสุสาน)
แต่บังเอิญสุสานพระเอกอยู่ใต้พีระมิดฟาโรห์ ซึ่งในพีระมิดมีสมบัติ มีปีศาจพร้อมคำสาปปกป้องสมบัติอยู่ (ไม่ใช่นางเอกเป็นคนปกป้อง)


— คือเรื่องความเชื่ออียิปต์นี้ เท่าที่เข้าใจ สุสานของอียิปต์ปกป้องสมบัติด้วยคำสาป (แนวๆ เวทมนต์)
กับเทพเจ้าที่มีความเชื่อว่าเป็นผู้ปกป้องร่างผู้ตายและปีศาจที่ถูกสร้างขึ้นไม่ใช่หรือ
คือพวกที่ปกป้อง ไม่ว่าเทพหรือปีศาจหรือเรียกอะไรก็ตาม ไม่ได้มีสถานะเคยเป็นคนมาก่อน ไม่ได้ฆ่าคนเพื่อให้วิญญาณคนมาปกป้อง
แต่ถ้าฆ่าพวกที่สร้าง ที่รู้ความลับของเส้นทางในพีระมิด อันนี้ฆ่าเพื่อปิดปาก ไม่ได้ให้วิญญาณมาเฝ้าสมบัติ

สรุปคือ พล็อตที่เหมือนจะเหลือแค่ “นางรำถูกคนรักที่เป็นนักรบฆ่า” “วิญญาณรออยู่เพื่อแก้แค้น” “ในที่เก็บสมบัติโบราณมีผี”
และ “ผีหรือวิญญาณนั้นสามารถมาแสดงตัวปะปนกับมนุษย์ได้ด้วยอำนาจใดๆ มีอะไรแปลกให้คนสงสัยบ้าง แต่ก็จับไม่ได้มั่นจนถึงตอนจบ”

เอางี้ ใครว่างและข้องใจไปอ่านเองโลด ถ้าขี้เกียจอ่านทั้งเรื่อง บทที่ 16 หน้า 337 เป็นต้นไป เป็นบทที่ลงไปสุสานพอดี
https://archive.org/stream/ziskaproblemofwi00core#page/342/mode/2up

หวังว่า หลายท่านจะได้รับคำตอบนะครับ

ดาวน์โหลดนิยายเรื่อง Ziska

หาคุณสนใจต้องการจะอ่านนิยายเรื่อง Ziska คุณสามารถดาวน์โหลดได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ

http://www.gutenberg.org/ebooks/5079

ดราม่านมผงบนอินสตราแกรม เมื่อดาราพร้อมใจติดแท็ก #แอลฟาแล็คตาบูมิน #มนุษย์ลูกหลับได้ทุกท่า

เริ่มเป็นกระแสดราม่าหลังจากที่เคยมีกรณีดาราหลายคนพร้อมใจกันโพสต์โฆษณาแฝงเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง วันนี้ มีกรณีคล้ายกัน แต่สินค้าเป็น “นมผง” โดยบรรดาดาราที่มีลูกพร้อมใจกันติดแฮชแทกไปในทางเดียวกัน วันนี้ Zcooby ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแจ้งให้ทราบครับ

โดยข้อสังเกตว่าในช่วงนี้ มีดาราหลายคนที่มีลูก จะโพสต์เกี่ยวกับเรื่องการนอนหลับของลูก พร้อมติดแฮชแท็กดังนี้

#แอลฟาแล็คตาบูมิน #มนุษย์ลูกหลับได้ทุกท่า #ท่าทางจะหัวดี #ท่าไหนก็สมองไว #หลับดีสมองไว #ใกล้นมแม่

หลายคนมีการนำเอารูปที่มีคำว่า “หลับดี สมองไว” มาวางไว้ในรูปด้วย

nom-001

ซึ่งหลายคนเชื่อว่า นี่คือโฆษณาแฝงของนมผงยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งในต่างประเทศ สินค้าประเภทนมผง ห้ามโฆษณาประชาสัมพันธ์ (แต่ไม่ได้ห้ามขาย) อาหารทารกและเด็กเล็ก ทั้งทางทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุ นิตยสาร หรือ สื่อออนไลน์

 

ซึ่งในกรณีนี้ทาง เจ้าของเพจ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ ซึ่งเป็นแพทย์หญิง ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจครับ

ที่มา เพจ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

13620027_1486570241369118_2579641547135235379_n

#‎สืบเนื่องจากดาราพากันแฮชแทกกระแสหลับดีสมองไว‬

เรามาดูกันว่า บริษัทนมผงบริษัทนี้ทำผิดหลักเกณฑ์การตลาดและโฆษณาอาหารทดแทนนมแม่ หรือไม่อย่างไร

งานนี้ไม่ได้โทษดารานะคะ เพราะดาราไม่มีความรู้เรื่องหลักเกณฑ์นี้ แต่บริษัทนมผงรู้แน่นอนค่ะ ส่วนบริษัทนมผงและเมเนเจอร์ของแบรนด์นี้ หากทราบเรื่องนี้แล้ว กรุณาแก้ไขด่วนด้วยค่ะ อย่าพยายามทำผิดอีกต่อไปเลย เสียภาพพจน์ของบริษัทเปล่าๆค่ะ

หลักเกณฑ์ที่ประเทศทางยุโรปและอีกหลายประเทศที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ใช้อยู่ มีดังนี้ค่ะ
.

1) ห้ามโฆษณาประชาสัมพันธ์ (แต่ไม่ได้ห้ามขาย) อาหารทารกและเด็กเล็ก ทั้งทางทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุ นิตยสาร หรือ สื่อออนไลน์ เพราะว่า การโฆษณาเกินจริงเป็นไปเพื่อการชักจูง โน้มน้าว มีผลทางด้านจิตวิทยา เกิดความคล้อยตามได้ง่าย ทำให้เชื่อว่า อาหารทดแทนนมแม่เหล่านั้น มีคุณสมบัติดีเทียบเท่ากับนมแม่ ทำให้แม่หลงเชื่อ หยุดให้นมแม่เพื่อเปลี่ยนมาใช้สิ่งทดแทนเหล่านั้น

>>> ชั้นวางขายนมผงในประเทศเหล่านี้จึงอยู่ในตำแหน่งหลังร้าน และห้ามมีของแถมหลอกล่อหรือโปรโมชั่นนมผง

>>> ผิดอย่างแรงคือ ให้ดาราแฮชแทกคำว่า ‪#‎ใกล้นมแม่‬ แย่มากๆค่ะ ต้องตัดทิ้งนะคะ ดาราบางคนไหวตัวทัน ไม่พิมพ์คำนี้ติดแฮชแทก แต่อีกหลายคนไม่ทราบ ก็ทำตามใบสั่งของบริษัทนมผง?
.

2) ห้ามแจกตัวอย่างสินค้าและของขวัญฟรีแก่แม่ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะเมื่อลูกร้องไห้มาก คุณแม่มือใหม่ จะคิดว่านมแม่มีไม่เพียงพอ แล้วนำนมที่ได้แจกฟรี มาเสริมให้ลูกกินเพื่อให้ลูกหลับได้นานๆ เมื่อลูกชินกับการกินจากขวด จะมีปัญหาไม่ยอมดูดเต้านมแม่อีกต่อไป และเมื่อลูกหลับนาน จะไม่ได้ตื่นมากระตุ้นดูดเต้านมแม่บ่อยๆ เป็นการทำลายกลไกการผลิตนมแม่ที่ได้ผลเป็นอย่างดี

>>> งานนี้มีการวางแผนการตลาดมาเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การให้นักวิชาการมาพูดเรื่องความสำคัญของการนอนกับพัฒนาการ หลายเพจที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเด็กโพสต์เรื่องเด็กควรนอนกี่ชั่วโมงต่อวัน บอกว่าถ้านอนไม่พอจะมีผลต่อ growth hormone และพัฒนาการรวมถึงอารมณ์เพราะพักผ่อนไม่พอ พ่อแม่อ่านแล้วกลัวลูกนอนไม่พอ เสร็จแล้วก็ปล่อยสปอตโฆษณานมที่เด็กกินแล้วมีสารเรืองสารออกมาจากศีรษะขณะนอนหลับ ล้างสมองคนดูว่าสมองกำลังพัฒนาขณะนอนหลับด้วยนมยี่ห้อนี้ ใส่ชื่อสารตัวหนึ่งเข้าไปเพื่อทำให้ฟังแล้วดูดีแปลกแยกแตกต่างโดดเด่นจากยี่ห้ออื่น‪#‎อัลฟาแลคตัลบูมิน‬ เพราะยี่ห้ออื่นยังไม่ได้ใส่สารตัวนี้เข้าไป จะได้อัพราคาให้แพงขึ้นได้เนียนๆ ทำให้พ่อแม่ไม่ลังเลที่จะยอมจ่ายแพงขึ้น โดยที่ยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันว่าการใส่สารตัวนี้เข้าไปมีประโยชน์มากกว่านมผงที่ไม่ใส่ และจะมีผลข้างเคียงอะไรต่อสุขภาพทารกหรือไม่
.

3) ห้ามพนักงานการตลาดติดต่อหญิงตั้งครรภ์ แม่ และครอบครัว เพราะพนักงานจะมีวิธีชักจูงโน้มน้าวและให้ข้อมูลที่ทำให้แม่เข้าใจผิดว่า ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ทำให้ต้องใช้นมผงโดยไม่จำเป็น ในอดีตพนักงานบริษัทอาศัยช่องทางจากการขาดบุคลากรสาธารณสุข เสนอความช่วยเหลือจัดชั้นสอนสุขศึกษา ผลิตสื่อการสอนต่างๆ และสอดแทรกการโฆษณาผลิตภัณฑ์ของตนเองเข้าไปด้วย แต่หลังจากที่โรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูกที่เป็นโรงพยาบาลรัฐบาล ห้ามพนักงานบริษัทจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับหญิงตั้งครรภ์ แม่ และ ครอบครัว บริษัทจึงไม่สามารถดำเนินการในรูปแบบเก่าได้ จึงหาช่องทางใหม่ เช่น ยังแจกที่โรงพยาบาลเอกชน ไปที่โรงงาน สถานทำงานของแม่ สำนักงานประกันสังคม ที่ว่าการอำเภอที่ไปแจ้งเกิด ให้ช่วยแจกตัวอย่างนมฟรีให้
.

4) ห้ามใช้สถานบริการสาธารณสุขเป็นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ เพราะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ว่าเป็นที่ยอมรับของแพทย์โดยทั่วไป ห้ามบริจาคสินค้าฟรี หรือจำหน่ายราคาถูก เพราะหากแม่ที่ได้รับตัวอย่างแจกฟรีไป นำมาให้ลูกกินแล้ว จะทำให้ลูกกระตุ้นกินนมแม่ได้น้อยลง จนในที่สุดผลิตน้ำนมเองได้ไม่เพียงพอ ก็จะต้องไปเสียเงินซื้อนมผงเหล่านั้นมาใช้ต่อเนื่องในระยะยาว >>> เห็นแจกกันแทบทุกร.พ.เป็นกระเป๋ากิ๊ฟท์เซท
.

5) ห้ามให้ของขวัญหรือตัวอย่างสินค้าแก่บุคลากรสาธารณสุข เพื่อเป็นการจูงใจให้บุคลากรที่ได้รับของขวัญหรือผลประโยชน์จากบริษัท แนะนำให้คุณแม่ใช้นมผงเป็นการตอบแทน เช่น การจัดพาบุคลากรไปเที่ยวต่างประเทศ การให้เงินเป็นการตอบแทน เป็นต้น
.

6) การให้ข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการอาหารทารก ต้องได้รับอนุญาตจากกรมอนามัย เพื่อป้องกันการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ข้อมูลในเชิงโฆษณา เช่น ข้อมูลนมผงที่เติม DHA&AHA ซึ่งระบุว่า ทารกที่กินนมผงที่เติมสารดังกล่าวจะมีเชาว์ปัญญาและสายตาดีกว่า นมผงที่ไม่ใส่ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นการกล่าวอ้างเกินจริงของบริษัท เพราะยังไม่มีข้อสรุปว่าเป็นจริง >>> เรื่องสารอัลฟาแลคตัลบูมินในนมผงก็เช่นกัน ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามีประโยชน์จริง เพราะเป็นอัลฟาแลคตัลบูมินวัว ไม่ใช่ชนิดเดียวกับที่อยู่ในนมแม่ จึงเอามาอวดอ้างไม่ได้ ต้องตัดแฮชแทกคำว่า #อัลฟาแลคตัลบูมิน ออกไป
.

7) ข้อมูลที่ให้แก่บุคลากรสาธารณสุขต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และเป็นจริง ในอดีต ข้อมูลที่นำมาให้บุคลากรดู มีทั้งจริงบางส่วนและไม่จริงปนๆกันอยู่ แต่ไม่มีบทลงโทษในเรื่องดังกล่าว ทำให้บริษัทมีโอกาสบิดเบือนข้อมูลได้มาก
.

8) ฉลาก ต้องไม่แสดงรูปภาพของทารกหรือข้อความชักจูงให้ใช้สินค้า เนื่องจากความน่ารักของรูปภาพ จะทำให้ผู้ซื้อคล้อยตามและอยากใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว >> นี่เล่นใช้เงินจ้างดาราแม่ลูกอ่อนเกือบทั่วประเทศไทยให้โฆษณาใน IG กันรัวๆ จนกลายเป็นกระแส viral เหมือนกับโฆษณาเบียร์ไม่มีผิด

 

ตงตง เดอะสตาร์ คือใคร? พร้อมประวัติและประเด็นดราม่าจากเวที The Star 12

หลังจากที่รายการประกวดร้องเพลงชื่อดังอย่าง เดอะสตาร์ ค้นฟ้า คว้าดาว ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 12  แล้ว เริ่มมีการพูดถึงผู้เข้าประกวดคนหนึ่งในปีนี้ นั่นคือ ตงตง เดอะสตาร์ ซึ่งวันนี้ทาง Zcooby ขอนำเสนอประวัติของเขาและประเด็นดราม่ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ครับ

ตงตง เดอะสตาร์ คือใคร?

ตงตง หรือ กฤษกร กนกธร เป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดในรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ในปีล่าสุด (ปีที่ 12) โดยปัจจุบัน “ตงตง กฤษกร” เป็นผู้เข้าแข่งขันคนแรกที่ไม่ได้ไปต่อในรอบแปดคนสุดท้าย มีกรณีดราม่าเนื่องจากคนส่วนมากมองว่า เข้ารอบได้เพราะหน้าตาดีอย่างเดียว

ตงตง

ประวัติ ตงตง เดอะสตาร์

ชื่อจริง : กฤษกร กนกธร

ชื่อเล่น : ตงตง

ชื่อที่รู้จัก : ตงตง เดอะสตาร์

วันเกิด 27 กันยายน 2538

อายุ 21 ปี

การศึกษา กำลังศึกษาอยู่ในคณะนิเทศศาสตร์ปี 1 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

IG : tong_kitsakorn

o3x2jkrar1mI35WcX7L-o

o3x2k5bycDMJ7fhNdwN-o

o3x2kqr9nNvsi4AO7f6-o

o3x2lwr9jFYi10xw7mo-o

o3x2mdexx4Ti7fqmDIO-o

กรณีดราม่าของ ตงตง เดอะสตาร์

ประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นกับ “ตงตง เดอะสตาร์” เนื่องจากเป็นผู้เข้าประกวดที่หน้าตาดี แต่ท่าเต้นและเสียงร้องที่เพี้ยน แต่กลับเป็นเข้ารอบเป็นหนึ่งในแปดคนสุดท้ายของการประกวดเดอะสตาร์ในปีนี้ ทำให้คนส่วนมากมองว่า ตงตง ผ่านเข้ารอบลึกๆ มาได้เพราะหน้าตาดีอย่างเดียว ซึ่งประเด็นนี้มีการพูดถึงตั้งแต่กรณีที่เขาผ่านรอบออดิชั่นมาแล้ว

โดยตอนนี้ “ตงตง กฤษกร” เป็นผู้เข้าแข่งขันคนแรกที่ไม่ได้ไปต่อบนเวทีเดอะสตาร์ 12 แล้วครับ

‘พี่เพียงดาว’ และ ‘น้องดีนี่’ นอกจอคือใคร? (ดราม่าดาราช่อง 3)

หลังจากที่ส่วนของข่าวบันเทิงจากเว็บไซต์ไทยรัฐ ได้มีการเผยแพร่บทความเรื่อง “หลงสนิทด้วย ‘พี่เพียงดาว’ ตาสว่าง! ‘น้องดีนี่’ แผลงฤทธิ์เบอร์รี่ๆ ” เป็นการพูดถึงดาราสาวที่สวมบทบาท เพียงดาว และ ดีนี่ นอกจอ จนหลายคนสงสัยว่า ดาราสาวสองคนที่ข่าวนี้ทั้งสองคนพูดถึงนี้คือใคร ใครคือ”พี่เพียงดาว” ใครคือ”น้องดีนี่” เรามาค้นหาคำตอบกันนะครับ

 “หลงสนิทด้วย ‘พี่เพียงดาว’ ตาสว่าง! ‘น้องดีนี่’ แผลงฤทธิ์เบอร์รี่ๆ “

ที่มา : เว็บไซต์ไทยรัฐ

เม้าท์แรง! เม้าท์แรงมาก! งานนี้ทำท่าจะเกิด “ดีนี่ เพียงดาว” นอกจอซะแล้วคุณผู้ชม ก่อนอื่นต้องขอเท้าความก่อนว่า ดีนี่ เพียงดาว คือตัวละครในละครดัง “มารยาริษยา” โดย เพียงดาว คือซุป’ตาร์นางแบบรุ่นพี่ ที่ดังมาก ดังที่สุด ขณะที่ ดีนี่ มองภายนอกเป็นสาวใสๆ มองโลกในแง่ดี พูดจาอ่อนหวาน แต่ซ่อนความร้ายภายใต้หน้ากากความแบ๊ว ในละคร ดีนี่ จ้องโค่นบัลลังก์ซุป’ตาร์ของ เพียงดาว โดยร่วมมือกับ ป้ากบ ผู้จัดการกะเทยตัวแสบ ทำทุกวิถีทางเพื่อขึ้นมาแทนที่ เพียงดาว (อยากรู้ว่าละครเรื่องนี้แซ่บแค่ไหนก็ไปหาดูย้อนหลังนะจ๊ะ)

งานนี้นอกจอขอบอกว่าแซ่บลืมกว่าในละครเยอะ! เพราะเรื่องจริง ดีนี่ กับ เพียงดาว เขาซี้กันมาก่อน สนิทใจกันขนาด เพียงดาว รับ ดีนี่ เข้ามาอยู่ในกลุ่มประทับตราภาพลักษณ์ซุป’ตาร์ให้สาวรุ่นน้อง ทั้งที่ก็มีข่าวลือกระฉ่อนมาตลอดว่า ดีนี่ กับ ป้ากบ ก่อวีรกรรมหักเหลี่ยมผู้มีพระคุณมาเยอะ แต่ เพียงดาว ก็ดอนท์แคร์มั่นใจในตัวรุ่นน้องสาวคนนี้ (ในวงการรู้ดีกับความจริงใจของ เพียงดาว ถ้านางสนิทใครนางให้เต็มร้อย)

แต่หารู้ไม่การเข้ามาสนิทสนมครั้งนี้ ดีนี่ กับ ป้ากบ แอบเจรจาปาดหน้าเค้กแย่งงาน เพียงดาว เกือบเรียบ! หวังเคลมทุกอย่างแทนเพื่อขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งแบบไม่สนความเป็นพี่เป็นน้อง สุดท้ายโป๊ะแตก เพียงดาว และผองเพื่อน ตาสว่าง ตัดสัมพันธ์กับ ดีนี่ และ ป้ากบ ทันที

ล่าสุด ดีนี่ และ เพียงดาว มีโอกาสโคจรมาเจอกันในงานอีเวนต์หนึ่ง ซึ่งฝั่งสาวรุ่นน้องขนพวกมาอื้อ! ไม่ได้ขนมาเพียง ป้ากบ ผจก.กะเทยคู่ใจนะแจ๊ะ แต่ยังพ่วงพรรคพวกลูกสมุนมารุมขุ่นแม่ เพียงดาว อีกเพียบ ทำเอาขุ่นแม่ของเรา ถึงกับต้องโพสต์บางสิ่งบางอย่างระบายออกสื่อกันเลยทีเดียว (แต่ดันโดนโยงไปที่นางเอกอีกคนซะนี่)

ต้องบอกเลยว่าดีกรีแอ๊บแอ้ของ ดีนี่ ไม่ธรรมดาจริงๆ! สามารถสั่นสะเทือน เพียงดาว ที่ปกติจะขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งดุจหินผาได้น่ะคิดดู๊.

drama-999111

ข้อสังเกตว่า ใครคือ “พี่เพียงดาว”

  • เป็นดาราสาวเบอร์หนึ่งของทางช่องสาม
  • มาดามหลอดไฟ
  • นามสกุล ไม่ใช่ภาษาไทย
  • ผลไม้

ข้อสังเกตว่า ใครคือ “น้องดีนี่”

  • เป็นดาราสาวที่เพิ่งย้ายเข้ามาสังกัดช่องสาม
  • ไม่เก่า
  • ชื่อนามสกุล ไม่ใช่ภาษาไทย

รายละเอียดของ “เพียงดาว” และ “ดีนี่” นอกจอ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ http://m.pantip.com/topic/34845348

ฮัท จิรวิชญ์ คือใคร? (ฮัท The Star 8)

หลังจากที่มีกรณีดราม่า นักร้องหนุ่มมือบอน จากเวทีเดอะสตาร์ เขียนข้อความพร้อมโปรโมทอินสตาแกรมบนหลักกิโลที่”ภูชี้ดาว”  ชื่อของ ฮัท จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร จากเวทีการประกวด The Star 8 ก็ได้รับการพูดถึงมากขึ้นในทันนี้ ทาง Zcooby ขอนำข้อมูลที่น่าสนใจของบุคคลท่านนี้มาฝากครับ

Cbx5b2NUAAAqoSP (1)

ฮัท จิรวิชญ์ คือใคร?

จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร หรือ ฮัท เดอะสตาร์ เป็นที่รู้จักจากการแข่งขันรายการ เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 8 ได้หมายเลขประจำตัวในการแข่งขันคือ หมายเลข 7 และได้อันดับในการแข่งขันคือ อันดับ 7 และเป็นที่ถูกกล่าวขานมากขึ้น เมื่อเล่นบทวาบหวิวในภาพยนตร์เรื่องแม่เบี้ย

558000003595503

13994448211399457056l

ประวัติ จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร

ชื่อจริง :จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร

ชื่อเล่น : ฮัท

เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

การศึกษา กำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เอกการแสดงและกำกับการแสดง ปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์

ฮัทได้เข้าร่วมในรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 8 ได้เป็นตัวแทนจากภาคเหนือ และได้เข้ามาเป็น 8 คนสุดท้าย เป็นลำดับที่ 2 ก่อนหน้าการประกวดเดอะสตาร์ ฮัทเคยเป็นแดนเซอร์ของ D-Dance Troupe เคยเต้นให้กับคอนเสิร์ตอังกอร์พลัสของธงไชย แมคอินไต และคอนเสิร์ตของดัง พันกร มาก่อนด้วย

ฮัท จิรวิชญ์

ผลงานของ ฮัท จิรวิชญ์

ภาพยนตร์

  • แผลเก่า รับบทเป็น ร้อยตรีสง่า (ปี 2557)
  • แม่เบี้ย รับบทเป็น ภาคภูมิ (ปี 2558)

ละครโทรทัศน์

  • ดงดอกงิ้ว รับบทเป็น ธันวา (ปี 2557)
  • เลิฟซิคเดอะซีรีส์ รักวุ่น วัยรุ่นแสบ รับบทเป็น ครูฝึกและหัวหน้าชมรมว่ายน้ำ (ปี 2557)
  • ซารางเฮ..รักหมดใจ รับบทเป็น คิมหันต์ (ปี 2557)

มิวสิควีดีโอ

  • MV เพื่อดาวดวงนั้น
  • MV ไม่ว่าจะ
  • MV แบกความเหงาให้เธอไม่ไหว-P.O.I
  • MV กำลังใจแห่งรัก

ผลงานเพลง

  • อัลบั้ม THE STAR 8
  • เพลง เพื่อดาวดวงนั้น
  • เพลง ไม่ว่าจะ…

ซิงเกิ้ล

  • เพลง “กำลังใจแห่งรัก” (ประกอบภาพยนตร์บอกตรงๆ…รักจุงเบย)
  • เพลง “บอกตรงๆ…รักจุงเบย” (ประกอบภาพยนตร์บอกตรงๆ…รักจุงเบย)

ละครเวที

  • OF MICE AND MEN

พิธีกร

  • รายการนัดพอหน้าอำเภอ(รับเชิญ)

แดนเซอร์

  • คอนเสิร์ตอังกอร์พลัสของ ธงไชย แมคอินไต
  • คอนเสิร์ตของ ดัง พันกร

 

ทับทิม-ปลื้ม เลิกกันแล้ว (คำชี้แจงจากปลื้ม สุรบถ 3 กุมภาพันธ์ 2559)

หลังจากที่มีความสงสัยในเรื่องความสัมพันธ์ของปลื้ม สุรบถ หลีกภัย กับ ทับทิม มัลลิกา ที่ห่างเหินกันมาระยะหนึ่งแล้ว ในช่วงเวลาเย็นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 ทางปลื้มได้ทำการชี้แจงลงในอินสตาแกรมของตนเอง @pleum_official ว่า ได้เลิกกันมาสักพักแล้ว

qqqqqq

โดยมีเนื้อหาว่า

“ตามที่เห็นข่าวของผมกับทับทิม และผมได้คุยกับทับทิมแล้ว ผมจึงได้รับหน้าที่เป็นคนชี้แจงข่าวครับ ผมขอชี้แจงว่า “ครับ เราเลิกกันมาสักพักแล้ว” แต่ไม่ใช่เพราะว่าเราทะเลาะกันหรือมีเรื่องไม่พอใจต่อกันครับ เราคุยกันดี และเราเข้าใจกัน เราต่างรู้ว่า “เรารักกันมากแค่ไหน” แต่เราเพิ่งมารู้ว่า “เรามีความรักและความห่วงใยกันแบบเพื่อน” อาจเป็นเพราะเราเริ่มกันมาแบบเพื่อน เราห่วงใยกัน ดูแลกัน ผูกพันกัน เราเข้าใจกัน เราเลยคิดว่ามันเป็นความรักแบบคนรัก แต่หลังจากมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เราจึงเพิ่งเข้าใจว่า “มันไม่ใช่แบบคนรักแต่มันเป็นแบบเพื่อน มันไม่ใช่ในรูปแบบชีวิตคู่” ทับทิมคือเพื่อนที่แสนดีของผม เราดีต่อกันมาตลอด และต่อจากนี้เราก็จะดีต่อกัน กราบขออภัยทุกท่านที่ติดตามนะครับ ขอให้ทุกท่านโปรดเข้าใจและเคารพในการตัดสินใจของเราทั้งสองด้วย ทั้งหมดมันมีเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ/ค่ะ…ปลื้ม/ทับทิม”

ขอแสดงความเสียใจกับทั้งสองด้วยนะครับ

ปลื้ม-ทับทิม เลิกกันแล้วหรือ? (สรุปเหตุการณ์,ประเด็นที่น่าสนใจ)

เริ่มมีความสงสัยเกิดขึ้นในกลุ่มผู้ติดตามรายการ VRZO เกี่ยวกับเรื่องของ ปลื้ม-ทับทิม ที่หลังๆ เริ่มมีคนสงสัยว่า ทั้งสองคนนี้เลิกกันแล้วหรือไม่ วันนี้ Zcooby ขอสรุปเหตุการณ์และประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ

อัพเดทล่าสุด 3 กุมภาพันธ์ 2559

ปลื้ม สุรบถ ได้ชี้แจ้งแล้วว่า ได้เลิกกันมาสักพักแล้ว

qqqqqq

………………………

ประเด็นที่น่าสนใจที่ทำให้เชื่อว่า ปลื้ม-ทับทิม เลิกกันแล้ว

ประเด็นที่ 1 เรื่องการเปลี่ยนนามสกุลของทับทิมในตอนท้ายรายการ

โดยมีผู้ใช้งานในชื่อ “ชื่อนี้คิดตั้ง 2 เดือน” จาก pantip.com ได้นำรูปเปรียบเทียบของรายชื่อผู้จัดทำท้ายรายการ “ทับทิม แกะ” ตอน 13 และตอน 14 ใช้นามสกุลไม่เหมือนกัน

13-tubtim

ตอนที่ 13 ใช้นามสกุล “หลีกภัย”

14-tubtim

ตอนที่ 14 เปลี่ยนใช้นามสกุล “จงวัฒนา”

ประเด็นที่ 2 ในช่วงหลังไม่มีรูปคู่ระหว่าง ปลื้ม-ทับทิม

โดยมีผู้ใช้งานชื่อ สมาชิกหมายเลข 1842158 (จาก pantip.com) ได้ตั้งข้อสังเกตดังนี้

pp-tt-01

รูปคู่ครั้งสุดท้ายของทั้งสองคน มีตอนไปออกงานด้วยกัน 6 สัปดาห์ก่อน (จาก IG ทับทิม)

pp-tt-02

รูปถ่ายคู่กันจาก IG ของปลื้มเมื่อ 8 สัปดาห์ก่อน

pp-tt-03

รูปถ่ายด้วยกันแบบหวานแหววเมื่อ 11 สัปดาห์ก่อน

ประเด็นที่ 3 กรณีที่ ทับทิบซื้อบ้านใหม่ “เป็นของตัวเอง” 

โดยทางทับทิมมีการอัพเดทสเตตัสเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา โดยอัพรูปพร้อมสเตตัสว่า “วันนี้วันดี ?ซื้อบ้านให้ตัวเองหลังแรกหลังจากตระเวณหามานาน ถูกใจ แฮปปี้เดย์ ??

pp-tt-04

 

ประเด็นที่ 4 ความเปลี่ยนแปลงของ IG ของปลื้มและทับทิม

pp-tt-05

ในส่วน IG ของปลื้ม จำนวนของผู้ที่กำลังติดตามเป็น 0

pp-tt-06

ใน IG ของทับทิม ล่าสุด ไม่มีคำว่า VRZO กับ นามสกุลเดิมแล้ว

หากมีความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างไร ทางเราจะมาอัพเดทข้อมูลให้ทราบนะครับ

เต๊ะ ศตวรรษ คือใคร? กรณีดราม่ากับคุณตัน อิชิตัน

หลังจากที่มีข่าวของ เต๊ะ ศตวรรษ ได้เขียนเหน็บแนมทาง “ตัน ภาสกรนที” เกี่ยวกับการจัดแคมเปญชิงโชค ที่ทำให้คนไทยบางคนเหมือนเป็นขอทาน หลายคนอาจจะสงสัยว่า เต๊ะ ศตวรรษ คือใคร? มีประวัติและผลงานอะไรบ้าง วันนี้ Zcooby จะเอาข้อมูลมาให้ทราบกันนะครับ

A7970708-1

เนื้อหาข่าว : หลังจากที่นักแสดงดัง “เต๊ะ ศตวรรษ เศรษฐกร” ได้โพสร์รูปและข้อความในเฟซบุ๊ก เป็นภาพ “ตัน ภาสกรนที” กับกองเงินกองมหึมา ที่มีการเชื้อเชิญให้ประชาชนมากดไลก์ และแชร์ภาพดังกล่าว และจะนำเงิน 123 ล้านไปซื้อรถเบนซ์มาแจกผู้โชคดี ในแคมเปญ “อิชิตัน รหัสรวยเปรี้ยง ภาค 4” แจกเบนซ์ทุกวัน 50 คัน 50 วัน ซึ่งแคมเปญดังกล่าวหมดเขตไปแล้ว ทั้งนี้หนุ่มเต๊ะได้โพสต์ข้อความเหน็บแรงว่าอีกฝ่ายเป็นตัวอย่างขยะสังคม

“นี่ก็อีกตัวอย่างของขยะสังคม มองคนไทย ( บางคน ) เป็นเหมือนขอทานที่วัน ๆ จะรอแต่ของฟรี อยากอยู่ดีแต่ไม่อยากมีเหงื่อ”

558000011316202

เต๊ะ ศตวรรษ คือใคร

เต๊ะ ศตวรรษ เป็นนักร้องนักแสดงชาวไทยที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในประเทศไทยและไต้หวัน มีผลงานชิ้นแรกคือ เป็นหนึ่งในแปดนักร้องวงทีนเอจเกรดเอ จากแกรมมี่ และต่อมาได้มีชื่อเสียงในไต้หวัน โดยมีผลงานการแสดงละคร,ภาพยนตร์ และผลงานเพลงมากมายในไต้หวัน และได้รับเชิญร่วมร้องเพลงงาน “GONG FU AO YUN” ที่ใช้ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

A7970708-2

ประวัติและผลงานของเต๊ะ ศตวรรษ

ศตวรรษ เศรษฐกร (จีน: 唐宸禹; พินอิน: Táng Chényǔ) ชื่อเล่น เต๊ะ  เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2525 ที่จังหวัดกาญจนบุรี มารดาชื่อ พรภัคกุล เศรษฐกร

การศึกษา

  • เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนวิสุทธรังษี จังหวัดกาญจนบุรี
  • มัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ กรุงเทพมหานคร
  • ปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เอกกำกับการแสดงและการแสดง

ด้านครอบครัว ศตวรรษ สมรสอย่างเงียบ ๆ กับเอริน ไซย์ สตรีลูกครึ่งญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 ที่ประเทศญี่ปุ่น

ผลงานด้านงานบันเทิง

เต๊ะ มาเป็นนักร้องสังกัดค่ายกรีนบีน ในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และได้ออกอัลบั้มแรกในนามวง “ทีน 8 เกรด A” และออกอัลบั้มเดี่ยวชื่อ “ที-สปีด” (T-Speed) ปี พ.ศ. 2541

ต่อมา เขาได้ไปออกอัลบั้มเพลงภาษาจีนที่ ไต้หวัน ในสังกัด จีเอ็มเอ็ม ไต้หวัน อัลบั้มชุดแรกออกคู่กับ วีวี่ ในชื่อชุด Gift ส่วนผลงานด้านละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ เต๊ะมีชื่อเสียงโด่งดังมากในละครโทรทัศน์ชุด เดชเซียวฮื่อยี้ ภาค 2 คู่กับหลินจื้ออิง

รายชื่อภาพยนตร์

  • วัยระเริง (2541)
  • Bie Ai Mo Sheng Ren (2543)
  • Dragon Love (2544)
  • The Story of Freeman (2544)
  • The Little Fairy (2548)
  • Go! Go! G-Boys (2549)
  • ตายโหง (พ.ศ. 2553) ตอนคุกกองปราบ รับบทเป็นก้อง

ละครโทรทัศน์ในประเทศไทย

  • 2541 รักเกรดเอ
  • 2542 เจนนี่ นางสาวจำเป็นค่ะ
  • 2547 มังกรเดียวดาย รับบทเป็น อาเล้ง
  • 2548 คุณชายจำแลง รับบทเป็น จักรพรรด / ปัน
  • 2554 สามสาวเจ้าเสน่ห์ รับบทเป็น หลินเฟยหลง

ผลงานละครโทรทัศน์ในต่างประเทศ

  • ลุ้นรักทะลุมิติ (2541)
  • เดชเซียวฮื่อยี้ ภาค 2
  • ยุ่งนักรักซะเลย
  • แอบรักเธอสุดหัวใจ
  • อภินิหารดาบมังกรสะท้านพิภพ (2554)

ผลงานด้านโฆษณา

  • นมตรามะลิ
  • พิชซ่าฮัท
  • ขนมโดเน่

A7970708-3

A7970708-10

A7970708-11

A7970708-16

A7970708-18

A7970708-22

#ทัวร์ขอทาน – เมื่อชายหนุ่มสองคนออกเดินทางจากกทม.ไปยังภูทับเบิก โดยไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว (เรื่องเล่าจากพันทิป)

ก่อนอื่นต้องขออธิบายจุดประสงค์และเจตนารมณ์ในการออกเดินทางครั้งนี้

การเดินทางครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะเปิดมุมมองใหม่ๆในการโบกรถเที่ยวเพื่อที่จะต้องการถ่ายทอดความมีน้ำใจของคนไทยให้ได้รับรู้กันว่าคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่มีน้ำใจ ผมต้องขอแนะนำตัวเองก่อน ผมชื่อเดฟครับ ได้ร่วมเดินทางไปกับพี่เบสซึ่งเป็นรุ่นพี่ของผม เราสองคนได้ออกเดินทางในช่วงเวลา 11 โมงโดยประมาณ จากเสรีไทย 29 มุ่งหน้าสู่ภูทับเบิก

ปล.อย่าเบื่อขี้หน้าผมนะครับ ผมแคปรูปมาจากวีดิโอเลยมีแต่ภาพเซลฟี่
ผมและพี่เบสได้เดินออกมาถึงหน้าปากซอยเพื่อที่จะหารถเมล์ฟรี ออกไปยังเส้นทางที่สามารถโบกรถไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ แต่กลับพบว่าถนนเส้นนี้มีรถเมล์วิ่งแค่ 2 สาย ก็คือ 27 และ 525 ซึ่งทั้งสองสายนี้ไม่มีรถเมล์ฟรีเลย ซึ่งข้อมูลนี้ผมได้สอบถามจากลุงที่เดินมารอรถเมล์ ลุงชื่อว่าลุงบุญยงค์ ในระหว่างรอผมกำลังตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไป ลุงก็ได้สอบถามกับผมว่าถ่ายรายการอะไร ผมก็ได้อธิบายให้ลุงได้ฟังไปจากที่ฟังคร่าวๆมาลุงแกชอบทำงานจิตอาสาอยู่แล้วเป็นปกติ

ลุงเลยช่วยออกค่าตั๋วให้พวกเราสองคนเพื่อที่จะไปลงทางขึ้นมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าไปยังจุดที่สามารถโบกรถได้

พอเราสองคนได้ลงจากรถเมล์ ก็เลยตัดสินใจโบกรถดูเป็นครั้งแรกเลยครับ ตอนแรกกล้าๆกลัวๆยึกยักอยู่นานคิดในใจ เอ้ จะมีคนรับหรอ ขนาดเราขับรถเองเห็นคนโบกอยู่ขับไปผ่านไปทุกรอบเลย

พี่เบสบอกว่าเดฟโบกเลย ถ้าไม่ลงมือทำซักทีก็ไม่มีทางโบกได้เลย พอชูนิ้วโป้งมานั่นแหละครับ จำท่านี้มาจากในหนัง ไม่เกินนาทีแค่นั้น พี่เขาจอดรับ คิดในใจว่า เหยยยยยยยยยยย ง่ายไปมั้ยเนี่ย พอพี่เขาจอดปุ้บเราก็ดีใจมากก็วิ่งไปที่รถ เขาก็ถามว่าจะไปทางไหน ผมเลยบอกว่าจะไปทางบางปะอิน แต่พี่เขาจะมุ่งหน้าไปทาง แจ้งวัฒนะ ผมเลยขอติดรถไปลงดอนเมือง

พอลงจากดอนเมืองก็ข้ามฝั่งเพื่อไปยังฝั่งขาออกจนได้โบกรถเมล์สาย 29 เพื่อไปลงรังสิต ผมมาลงแถวแมคโครรังสิตเพื่อโบกรถต่อ

 

ผมมาลงแถวแมคโครรังสิตเพื่อโบกรถต่อ ตอนนี้เวลาประมาณเกือบๆบ่ายโมง เริ่มรู้สึกคอแห้งเลยไปขอน้ำกินจากร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง

 

หลังจากที่กินน้ำเสร็จแล้วก็ตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆสลับโบกรถจนได้พี่ผู้ชายเขาจอดรถแล้วถามว่าเราจะไปไหน

พี่เขาจะไปทางบางปะอินเลยขอติดไปลงตรงนั้นด้วย หลังจากนั้นก็โดดขึ้นท้ายกระบะ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากที่ได้ตากลมเย็นๆ ในตอนนั้นผมหลับตาลงในหัวผมไม่คิดอะไรเลย ผมดีใจที่ได้ปลดปล่อยตัวเองที่ได้ออกมาใช้ชีวิตอย่างที่เคยฝันมาตลอดในวันนี้มันเกิดขึ้นแล้ว

ผ่านไปซักพักก็ได้มาถึงระหว่างทางแยกไปสระบุรีกับบางปะอินเลยต้องขอลงตรงนั้น ถึงจุดแอบโบกยากนิดนึงเพราะเราอยู่ฝั่งที่คนจะเลี้ยวไปทางบางปะอินซะส่วนมากเลยข้ามมาเกาะกลางเพื่อโบกต่อไป

ซักพักครับบ รถบรรทุกจอดครับ นี่แหละที่รอมานานชีวิตผมเหมือนเข้าไปอยู่ในหนังแล้วเหมือนเด๊ะเลย แต่ติดตรงที่ว่าหนังแบบนั้นจะเป็นแนวฆาตกรรมซะส่วนใหญ่ ไอเราก็ภาวนาขออย่าให้ตามรอยก็พอ 55555555 ต้องขอบอกว่าการขึ้นรถบรรทุก

บรรยากาศบนรถบรรทุกนี่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยู่บนเครื่องออกกำลังกายซักอย่าง เพราะมันเด้งไม่หยุด พี่คนขับมากับลูกชายตัวน้อยน่ารักมาก ผมแอบเล่นจะเอ๋กับน้องสนุกดี

ขับไปประมาณเกือบชั่วโมงซักพักพี่เขาก็แวะเติมแก๊สผมเลยขอลงตรงนั้น แล้วก็พยายามเดินหารถที่มีป้ายเพชรบูรณ์หรือใกล้เคียงเพื่อขอติดรถไปด้วยเดินวนๆไปมาซักพักเมื่อมันไม่มีก็เลยออกเดินต่อ

ระหว่างที่กำลังเดินออกจากปั้มมีรถตู้จอดแล้วก็ถามว่าเราจะไปลงตรงไหนเลยบอกพี่เขาไปพี่เขาจะไปแถวๆลพบุรี บรรยากาศในรถรู้สึกตึงๆเพราะมีคนในรถเยอะพอสมควร ผู้ชายทั้งคัน ในใจผมก็รู้สึกกลัวๆเหมือนกัน บวกกับพัดลมที่อยู่บนหัวนี่เรียกว่าเยือกได้เลย เป่าลงหัวรู้สึกเหมือนโดนแช่แข็งทั้งอากาศและความรู้สึก

ปล.ไอพัดลมบนหัวผมนี่แหละครับ ทำเอาอึนๆไปเลย

เมื่อผ่านมาได้ซักพักก็ลงตรงแยกม่วงค่อมเพื่อโบกต่อหาคันใหม่ ฝนตกปรอยๆสลับหนักไปๆมาๆ   โบกรอบนี้รู้สึกนานพอตัว เลยคุยกับพี่ที่อยู่ที่ศาลาไปพลางๆแก้เหงา พอเริ่มรู้สึกว่ามันนานเกินไปเลยตัดสินใจเดินเท้าออกไปเรื่อยจนได้รถตู้อีกคันซึ่งเป็นรถโรงเรียน รู้สึกว่าน่าจะเป็นโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ซักอย่าง ซึ่งเขากำลังจะไปรับนักเรียน

ผมเลยติดรถไปลงแถวแยกนาเฉลียง ฝนก็ยังตกไม่หยุด ยังคงตกเรื่อยๆ พอลงจากรถเสร็จแล้วก็โบกสเต็ปเดิม แต่คราวนี้ผมขอบอกเลยว่ามันนาน นานจริงๆครับ เลยเดินไปเรื่อยๆ ไกลพอสมควร ถนนมีหลุมเป็นร่องของล้อเนื่องจากน้ำหนักรถบรรทุกจนทำให้มีน้ำขัง รถแต่ละคันที่ผ่านมาบ้างก็ชะลอไม่ให้น้ำกระเด็นใส่แต่บางคันก็ใส่มาซะเต็มที่ สงสัยคงคิดว่าผมเล่นเซิร์ฟบอร์ดอยู่ แบบว่าเห้ยยยยชะลอหน่อยก็ดี

ทั้งตัวตอนนี้เปียกชุ่มหมดเลยรับกางเกงใน เสื้อ รองเท้านี่ไม่ต้องพูดเลยครับทั้งเหม็นทั้งแฉะ โสโครกที่สุด ที่สำคัญคือกระเป๋าผม ยิ้มไม่กันน้ำ! เสื้อผ้าที่เตรียมมาเปียกโชกหมดเลย ทั้งอับทั้งชื้น เดินผ่านมาซักพัก เห็นรถจอดข้างหน้าเหมือนเขาจะสองจิตใจรับดีมั้ยหรือไม่รับ และแล้วครับในที่สุดเขาก็หยุดรถ พวกผมก็วิ่งดีใจกันใหญ่เลยครับ วิ่งไกลพอควรจนหอบ พอไปถึงพี่เขาลงมารถ ไอเราก็เริ่มรู้สึกแป้วว เงิบแน่เลยเรา เลยถามพี่เขาว่า พี่ไม่ได้จอดรับผมหรอครับ “ค่ะ” คำนี้ได้ยินมาถึงกับหน้าแหก 5555555555  วิ่งมาเต็มที่เจอแบบนี้เอ๋อเลยครับ พี่เขาก็ถามเราว่าจะไปไหน เดี๋ยวเขาเข้าไปทำธุระตรงนี้ซักพัก ผมเลยขอบคุพี่เขาและแล้วก็ต้องเดินจากพี่เขาอย่างผิดหวัง มุ่งหน้าเดินต่อไปเรื่อยจนในใจเริ่มคิดแล้วจะไปถึงมั้ยวันนี้ทั้งทางไม่มีอะไรเลย จะเอายังไงดี แล้วฝนก็ยังคงตกต่อเนื่องอยู่ตลอด เดินไปเรื่อยจนมีรถกระบะใจดีจอดครับบบบบบบบบบบบบบบ วิ่งเข้าไปหาพี่ไปไหนคร้าบบบบบบบบบบบบบบบ

สรุปคือพี่เขาจะไปแถวนาเฉลียงเลยขอติดรถเขาไปด้วย พี่ใจดีคนนี้ชื่อว่าพี่โล ผมขอเฟสบุ้คพี่เขามาด้วย ระหว่างทางก็ได้คุยกันไปเรื่อยๆ

เขาก็ถามว่าเรามาทำอะไร เราก็เลยอธิบายๆไป ตอนนั้นก็เริ่มหิวพอใช้ได้เลยขนมจีนมื้อเช้ามันไม่อยู่ท้อง ซักพักพี่เขาก็เลี้ยงไก่ย่างวิเชียรบุรี รู้สึกว่ารอดตายแล้ววันนี้ ไก่ย่าง 2 ตัวพร้อมข้าวเหนียว 2 ห่อ พี่เขาบอกว่าเนี่ย ไก่ย่างวิเชียรบุรีทีเด็ดเมืองเพชรบูรณ์

พอได้กินนี่ขอบอกเลยว่าอร่อยจริง ได้ยินชื่อมานานมากแล้ว แต่ไม่เคยสัมผัสจริงๆซักที กินไปครึ่งนึงแล้วก็เก็บที่เหลือไว้เผื่อมื้อต่อไป

นั่งรถผ่านไปเรื่อยๆจนมาถึงแยกนาเฉลียงก็ลงตรงแยกแล้วก็เดินต่อสลับก่อนโบกรถไปเรื่อยๆ ตอนนั้นฟ้าเริ่มใกล้จะมืดแล้วเลยตัดสินใจเดินไปจนเจอวัดกะไว้ว่าจะขอหลวงพ่อนอนวัดแล้วตื่นมาเราก็ทำความสะอาดวัด ช่วยหลวงพี่บิณฑบาตเพื่อชำระหนี้สงฆ์ ระหว่างที่เดินไปเรื่อยๆมีรรถกระบะจอดรับครับ ในรถมี 3 คน ผู้ชาย 2 ผู้หญิง 1 พี่เต้ พี่นิว พี่บอย พี่ๆเขาก็ขยับให้พวกผมได้นั่งอัดกันข้างใน ไม่ต้องนั่งท้ายรถ ระหว่างทางก็คุยกันทั่วไป

แล้วพี่เขาก็แวะเข้าเมืองเพชรบูรณ์ไปแถบๆคูเมืองเพื่อไมโลดิบแสนอร่อย 555555 แวะเข้ามาไกลพอควรแสดงว่ายิ้มต้องเด็ดจริง ระหว่างที่รอพี่ๆซื้อของผมก็ถ่ายรูปเล่นเมืองไปเรื่อยๆแต่ที่น่าประทับใจมากครับ น้ำใจพี่ๆเขางดงามเหลือหลาย เขากลับมาพร้อมไมโลดิบ 5 แก้วครับ ผมรู้สึกปลื้มมาก คนแปลกหน้าที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน ทั้งรับ ทั้งเลี้ยงน้ำ แต่บอกไว้ก่อนเลยครับแค่นี้น้อยมากครับสิ่งที่ผมกำลังจะได้รับมันมหาศาลมากกว่านี้เยอะ หลังจากซื้อไมโลดิบเราก็เดินทางต่อ ผมลืมบอกไปว่าบ้านพี่เขาอยู่หล่มเก่าครับทางขึ้นภูทับเบิกพอดีเลย อะไรจะโชคดีขนาดนี้ ผมได้ขอให้พี่เขาไปส่งวัด เพื่อที่จะหาที่นอน พี่เขาก็บอกว่าบ้านพี่ติดวัดเลย ทั้งดวงทั้งน้ำใจ ทุกๆอย่างที่เจอรู้สึกดีมากๆครับ พอถึงบ้านพี่เขาตอนนั้นก็ประมาณหัวค่ำได้ พระอาทิตย์ตกแล้ว ตอนแรกผมจะขอนอนที่วัดแต่พี่เขาบอกนอนบ้านพี่นี่แหละ ทั้งยังให้นอนข้างในด้วยครับ แต่ผมมีเต็นท์เลยขอกางนอนข้างนอก

กางอะไรเสร็จท้องก็เริ่มหิวนึกขึ้นได้ว่ามีไก่ย่างจากพี่โล เลยไปหยิบมากินและแล้วไข่เจียวก็มาให้ผมเลยครับ พี่นิวทำให้กินครับ ได้ไข่เจียวมาเสร็จพี่เขาเอาพัดลมมาให้ พร้อมปลั๊กสามตา
เหมือนรู้ใจผมเลยครับว่าตอนนี้ต้องการแบตเตอรี่เพื่อชาร์จกล้องและมือถือ อยู่ๆพี่เขาก็ขับมอเตอร์ไซค์ออกไปข้างนอกแล้วก็กลับมาพร้อมขนมที่เปี่ยมไปด้วยน้ำใจ ผมซาบซึ้งมากๆครับ แต่ยิ่งกว่านั้นคือพี่เขาหาผ้าห่มหมอน ต่างๆเอามาให้ผมแล้วก็อาสาว่าพรุ่งนี้พี่จะขึ้นไปส่งบนภูทับเบิกแล้วก็จะพาไปเลี้ยงข้าวเช้า โอ้โหหหหหหหหหห โคตรพ่อพระครับพ่อแม่พี่น้อง คนอะไร๊จะมีน้ำใจกว้างดั่งแม่น้ำไนล์ขนาดนี้ ใจกว้างมากกกกกกกกก ผมเข้านอนประมาณ 4 ทุ่ม แล้วก็ตื่นมาตอนประมาณ ตี 1.45 เพราะเจ้าหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่เขาเลี้ยงไว้อยู่มันเห่า เห่า เห่า เห่า ไม่หยุดไม่หย่อน ไอเราก็กลัว ข้างบ้านเป็นวัด เห่า ขู่ โคตรกลัวเลยครับ นีเห่าอะไรนักหนา นอนไม่หลับ แถมยังกลัวอีก ซักพักก็หลับไปเลย รู้สึกหลับยังไม่ค่อยเต็มอิ่มเท่าไหร่มาอีกแล้วครับ ไก่จ๋าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ขันแต่เช้าสรุปแทบไม่ได้นอนเลยตัดสินใจตื่นเลย ไปอาบน้ำ เปิดกระเป๋ามาอ้าววววตายล่ะเรา ลืมผ้าเช็ดตัวครับใช้เสื้อตัวเก่าสีดำเช็ด เหม็นและสกปรกมากแต่ก็ต้องทน น้ำนี่คือหนาวมากก แต่บ้านนี้รักษาความสะอาดดีมาก ห้องน้ำบ้านช่องสะอาดมากครับพออาบเสร็จก็มาเก็บผ้าปูที่นอนผ้าห่ม และกวาดบ้านให้พี่ๆเขา แล้วก็ออกเดินทางไปร้านขนมจีนเพชรลดา 3 ซึ่งพี่เขาเป็นเจ้าของร้าน ขอแอบโปรโมทหน่อยนะครับ

ร้านอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช น่าจะประมาณนี้ถ้าจำไม่ผิด ก่อนถึงปั้มปตทมานิดหน่อย ขนมจีนที่นี่เป็นเส้นสดไม่เหมือนที่กทม. เลยครับ เขาหมักเองทำเส้นเองทุกอย่าง ต้มน้ำให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมถ้าร้อนมากหรือเย็นไปเส้นขนมจีนจะขาด ที่นี่ มีน้ำยากะทิ น้ำพริก และก็น้ำยาป่า เครื่องเคียงที่นี่มี ตีนไก่ เลือดชิ้นยักษ์ และ โคตรลูกชิ้นพี่เบิ้ม ใหญ่มากกก สรุปรสชาติหลังจากอิ่มแล้วก็มุ่งหน้าขึ้นภูทับเบิกเลยครับ

ผมขอนั่งท้ายเพื่อที่จะได้รับบรรยากาศและวิวทิวทัศน์ได้เต็มที่ ระหว่างทางไปภูทับเบิกทุ่งนา ภูเขา ต้นไม้ สวยงามมาก

พอเริ่มขึ้นเขาอากาศก็ค่อยๆเย็นลงเรื่อยๆ จนมาทุ่งจุดชมวิวพี่เขาจอดให้เราถ่ายรูปกัน สวยมากครับ นี่แค่วิวแรกก็ประทับใจมากแล้วสวยใช้ได้เลย วิวนี่ราคาหลักล้านนเสร็จแล้วก็เดินทางต่อ แวะอีกจุดชมวิว หมอกกกกครับ เยอะมาก อากาศหนาวแบบน่าตกใจ เห้ยย ข้างบนกับข้างล่างทำไมคนละเรื่องขนาดนี้ จุดชมวิวนี้มีตลาดขายของของชาวม้ง จะขายของจำพวก ผ้าพันคอ ย่าม บัวหิมะ และ กะหล่ำนี่แหละ ภูทับเบิกมีแต่ไร้กะหล่ำครับ ถือว่าเป็นจุดขายของที่นี่เลย เพราะเวลาปลูกแล้วกะหล่ำโต วิวจะสวยมากกกก หลังจากออกจากจุดชมวิวนี้ก็ขึ้นเขาไปต่ออีกไม่ไกลมาก ก็ถึงจุดสูงสุดภูทับเบิก อากาศ 18 องศา ครับ หมอกปกคลุมทุกพื้นที่บนยอดภูทับเบิก ลมแรงมากมาพร้อมกับเม็ดฝนปรอยๆ หนาวโคตรขอบอกปรับสภาพแทบไม่ทัน หลังจากเจอร้อนๆมามาเจอแบบนี้แอบตกใจนิดนึง หลังจากเที่ยวยอดภูทับเบิกแล้วก็ไล่ขับหาที่พัก มีนามว่า ไร่ภูทะเลหมอก จริงๆแล้วที่พักยิ้มอยู่ข้างๆยอดนั่นแหละ แต่ดั๊นนนนไม่เห็น ขับรถออกมาเลยไปไกลพอตัวจนไปถึงวัดป่าภูทับเบิกซึ่งเป็นวัดที่อยู่สูงสุดของประเทศไทย หลังจากเที่ยวชมวัดครบแล้วก็กลับมาหาที่พักใหม่ และแล้วก็ถึงเวลาแยกย้ายกับพี่เต้ พี่นิว พี่บอย

ก่อนหน้านี้เราได้โพสต์รูปลงไว้ในกรุ๊ปเฟสบุค แบกเป้เที่ยว แล้วมีพี่ต้าร์ติดต่อมาทางแชทเฟสบุ้คส่วนตัว ขอจ่ายค่าที่พักให้ ซึ่งตกแล้วราคา คนละ 100  บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 200 บาท พร้อมกับฝากขนมต่างๆนานาๆไว้ให้ มีโจ๊ก มี ไวไว นม และอีกมากมาย ไม่เคยเจอหน้า ไม่เคยพูดคุย ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่กลับใจกว้างเช่นนี้ เปรียบปานแม่น้ำโขงเลยครับ 55555555  ไปถึงจุดกางเต็นท์มีแค่พวกเราครับที่กางเต็นท์เหงาและโดดเดี่ยวมาก

ติดกับจุดกางเต็นท์เดินไปอีกนิดก็มีไร่กะหล่ำ ผมเลยลงไปวิ่งเล่นในไร่กะหล่ำ อากาศและบรรยากาศนี่สุดสุดเลยครับ สวยงามและประทับใจสุดๆ
เดินวนไปมาซักพักก็เหลือบไปเห็นรีสอร์ทข้างๆ มีระเบียงริมผา คือสวยมาก รีสอร์ทมีชื่อไร่ริมผา ผมเลยเดินไปตรงนั้นวิวสวยมาก แต่ตอนนั้นไม่มีทะเลหมอก แค่นี้ก็สวยงามมากแล้ว ขาดแต่ทะเลหมอกที่จะทำให้มันเพอร์เฟคสุดๆเลยแหละ

พอเดินครบแล้วก็กลับมานั่งกินขนมที่เต็นท์ฆ่าเวลาไปพลางๆ หมอกกับฝนมาเป็นระยะๆ มาๆ หายๆ คงซวยที่เราไปช่วงที่พายุหว่ามก๋อเข้ามาพอดี เลยทำให้หมอกและฝนหนักขนาดนี้ พอเริ่มตกเย็นอากาศก็เริ่มหนาว เปิดดูในไอโฟน 17 องศา เสียงท้องร้องเริ่มมา ก็เลยเอาโจ๊กกับไวไวพี่ต้าร์ไปต้มกิน เค้ามีโต๊ะให้นั่งพร้อมกับถ้วยมาให้

นั่งกินซักพักอากาศเริ่มหนาวขึ้น พี่ชาวม้งที่เป็นคนดูแลที่นี่ เค้าเห็นเราหนาวเลยยกผ้าพันคอสุดสวยที่มีสีสันเจ็บแสบมากให้พวกผมคนละผืน และก็กลับเข้าเต็นท์นอนรอทะเลหมอกสุดอลังการในตอนเช้า แต่ยังไม่จบครับ ฝนและลมมเริ่มแรงทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่ได้เตรียมเสื้อหนาวมา มีแต่กางเกงขาสั้น โอ้ยยยจะเป็นบ้าตายครับ หนาวโคตรรรรรรร น้ำฝนเริ่มทะลุเข้ามาในเต็นท์ จากเต็นท์ที่คอยเป็ฯที่กำบังให้เรามาตลอดตอนนี้มันเอาไม่อยู่แล้วครับ น้ำเริ่มท่วม กระเป๋าเสื้อผ้าทุกอย่างเปียกหมดแม้แต่กล้อง TT ความชื้นเข้าเลนส์ ผมกับพี่เบสอดทนกันจนหลับไปเฉยเลย สุดท้ายพี่เมย์แฟนพี่เบสที่ขับรถมาจากกทม.เพื่อมารับพวกเรา มาถึงแล้ววววในเวลาตี 1 ทางขึ้นเขาอันตรายมาก ไม่แนะนำให้ขับในเวลาตอนกลางคืนเพราะหมอกลงจัดมากทำให้มองไม่เห็นทางเลย มาพร้อมกับผ้านวมและหมอน แต่ฝันร้ายที่ตามมาคือต้องออกไปกางเต็นท์อีกอันให้พี่เมย์ หนาวโคตรครับ กางเต็นท์กลางสายลมและฝน จากนั้นก็หลับตื่นมาอีกทีทุกอย่างชุ่มและแฉะไปหมดเลย นอนกลางน้ำบนยอดเขามันเป็นอะไรแสนสุดวิเศษสุดๆ ตอนนั้นเป็นเวลา 6 โมงเช้าซึ่งหมอกและฝนยังคงตกต่อเนื่องได้แต่นอนเปียกๆทำใจว่าคงไม่เจอทะเลหมอกแน่นอน  แต่ก็ยังไม่ตัดใจเลยรอต่อไปจนถึง 8.30 มันก็ยังเป็นเหมือนเดิม เลยตัดสินใจขึ้นไปบนยอดภูทับเบิกอีกรอบเพื่อไปดูให้เห็นกับตาว่าอดแล้วทะเลหมอกเรา ภูทับเบิกครั้งนี้ต้องลาแล้วบรรยากาศแบบนี้เลยนั่งรถพี่เมย์ที่บึ่งมารับจากกทม. ระหว่างทางลงได้แวะถ่ายรูปอีกทีที่ดอยน้ำเพียงดิน แล้วก็ไปกินขนมจีนเพชรลดา 3 ของร้านพี่เต้ พี่นิว อีกรอบเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณอันล้นเหลือที่ได้รับมา

จบแล้วครับทริปแรกของพวกเรา ขอขอบคุณพี่ๆทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือพวกเราให้เป้าหมายเราได้ลุล่วง ทั้งพี่บุญยงค์ พี่โล พี่เต้ พี่นิว พี่บอย และ พี่ๆอีกหลายคนที่ผมไม่ได้ถามชื่อ และผมขอถือโอกาสตรงนี้กราบขออภัยทุกๆท่าน