เที่ยวตามรอย”กลกิโมโน” กับ 4 สถานที่ท่องเที่ยวที่ใช้ถ่ายทำละคร

หลังจากที่ละคร “กลกิโมโน” ได้ออกฉายทุกวัน พุธ-พฤหัส เวลา 20:15 หลายคนที่ชมอาจจะได้เห็นฉากสวยๆ หลายฉากที่ถ่ายทำที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้หลายคนสงสัยว่า สถานที่แต่ละที่นั้นชื่อว่าอะไร? อยู่ส่วนไหนของญี่ปุ่น? อยากตามรอยเที่ยวบ้างจะเดินทางไปอย่างไร วันนี้ Zcooby หาข้อมูลมาแนะนำให้แล้วนะครับ

kolkimono-000

4 สถานที่ท่องเที่ยวที่ใช้ในการถ่ายทำละครเรื่อง “กลกิโมโน” นั้น จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่บนเกาะคิวชู ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นครับ โดยตอนนี้ประเทศไทยมีสายการบินที่บินตรงไปลงที่เมืองฟุกุโอกะที่คนนิยมใช้อยู่ 2 สายการบินนะครับคือ การบินไทย และ เจ็ทสตาร์ (Jetstar) ครับ

หมายเหตุ สถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละที่ ทางเราขอแนะนำการเดินทางด้วยรถไฟนะครับ โดยเริ่มต้นที่สถานีใหญ่ในเมืองฟุกุโอกะคือ สถานีฮากะตะ (Hakata) เพื่อให้คุณพอทราบระยะเวลาการเดินทางจากจุดเริ่มต้นเดียวกันครับ เราไปดูสถานที่แต่ละที่กันเลยดีกว่าครับ

1. ศาลเจ้ายุโทคุ อินะริ (Yutoku Inari Shrine)

Yutoku Inari Shrine

หากคุณเคยได้ยินชื่อศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ (Fushimi Inari) ที่โด่งดังในเกียวโต ขอบอกว่า ที่นี่ก็มีความยิ่งใหญ่และสำคัญไม่แพ้กันเลยครับ เป็น 1 ใน 3 ศาลเจ้าที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในญี่ปุ่นรองจากศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ (Fushimi Inari) จังหวัดเกียวโต, ศาลเจ้าคะซะมิ (Kasama Inari) ในจังหวัดอิบาระกิ

kolkimono-Yutoku-2

โดยศาลเจ้ายูโทกุ อินะริ (Yutoku Inari) ศาลเจ้ายิ่งใหญ่แห่งเมืองซากะ (Saga) สร้างขึ้นในค.ศ. 168 เป็นศาลเจ้าประจำตระกูล Nabeshima ผู้ปกครองเมืองซากะในยุคสมัยเอโดะ

ที่นี่เป็นศาลเจ้าชินโตที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพอินาริ เพื่อเป็นที่ประทับแห่งเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ผู้ประทานผลเก็บเกี่ยวอันอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันมีผู้ศรัทธาไปสักการะขอความสำเร็จด้านธุรกิจการค้า และความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทั้งปวง

kolkimono-Yutoku-3

เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชม.

ค่าเข้าชม: ฟรี

การเดินทาง: ถ้าเดินทางมาจากสถานี Hakata ด้วยขบวน LTD. EXP KAMOME ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง มาลงที่สถานี JR Hizen Kashima เมื่อออกจากสถานีแล้วข้ามถนนมาที่ Kashima Bus Center (ใต้ตึก Yutoku) รอรถที่ Platform 3 ค่าโดยสารเที่ยวละ 320 เยน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที จากนั้นข้ามถนนแล้วเดินต่ออีก 5 นาที

GPS: 33.073419, 130.108208

*******************************************

2. อุโมงค์ดอกวิสทีเรีย (คิตะคิวชู)

ฉากหนึ่งที่เราอาจจะจดจำได้ง่ายในละครเรื่องนี้ก็คือ ฉากที่ตัวละครเดินลอดอุโมงดอกไม้สีม่วง ซึ่งก็คือ ดอกวิสทีเรียนั้นเองครับ

ดอกวิสทีเรีย (Wisteria, Fuji no hana) คือพืชที่เติบโตทั่วญี่ปุ่น เถาดอกไม้สีอ่อนหวานย้อยตัวลงมาจากด้านบนเป็นแนวยาว

กลกิโมโน นักแสดง

โดยอุโมงค์ดอกวิสทีเรียนั้น อยู่ภายในสวน Kawachi Fujien ที่สร้างขึ้นในปี 1977 เปิดให้เข้าชมแค่ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกวิสทีเรียบานและช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น

อุโมงค์ดอกไม้สีม่วง

ช่วงเวลาเหมาะสมในการชมดอกวิสทีเรียคือช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในปีนั้นๆ สวนนี้มีวิสทีเรียประมาณ 150 ต้น ประกอบด้วย 22 สายพันธุ์หลากหลายสีในพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร โดยในสวนยังมีจุดแวะชมที่น่าสนใจอีกมากมายรวมถึงอุโมงค์ดอกวิสทีเรียที่มี 2 แห่ง แห่งแรงเป็นอุโมงค์ ยาว 8 เมตร และอีกแห่งยาว 220 เมตร

อุโมงค์ดอกวิสทีเรีย

ค่าเข้าชม: 300-1,000 เยน (ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงเวลา ถ้าดอกวิสทีเรียบานพร้อมๆ กันมากเท่าไหร่ ราคาค่าเข้าจะสูงตาม)

การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Kagoshima Line Local จากสถานี Hakata ใช้เวลา 72 นาที ลงที่สถานี JR Yahata แล้วนั่งรถบัส Nishitetsu ไปลง ป้าย Kawachi Elementary School แล้วเดินต่อไปยังสวนอีกประมาณ 10-15 นาที หรือนั่งรถ Shuttle Bus ฟรี จากสถานี Yahata โดยลงป้าย Ajisainoyu Onsen

GPS: 33.831839, 130.79261

****************************************

3. สวนญี่ปุ่น เคอิชูเอน (Keishuen Japanese Garden)

สวนเคอิชูเอน

kolkimono-Keishuen-2

สวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่เรียกว่าสวยที่สุดบนเกาะคิวชู โดยนอกจากสวนญี่ปุ่นแล้ว ยังมีไร่ชาแบบขั้นบันไดที่วิวสุดสวยให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้ซึมซับบรรยากาศที่สดชื่น ยิ่งถ้ามาช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่เป็นจุดหนึ่งที่แนะนำให้ควรมาเลยครับ

kolkimono-Keishuen-3

ค่าเข้าชม : 1,500 เยน

การเดินทาง : เดินทางด้วยรถไฟจากสถานี Hakata ด้วยรถไฟขบวน LTD. EXP MIDORI ใช้เวลาเดินทาง 68 นาที ลงที่สถานี TAKEOONSEN (สาย Sasebo Line)สามารถเดินไปสวนได้โดยใช้เวลาประมาณ 25 นาที หรือนั่งแทกซี่ใช้เวลาเพียง 5 นาที

GPS: 33.1851669,130.0133396

***********************************

4. หมู่บ้าน โอคาวะชิยามะ เมืองอิมาริ (ซากะ)

kolkimono-imari-3

สถานที่ท่องเที่ยวนี้เราอาจจะได้เห็นในหลายๆ ฉากของละครเรื่องนี้ครับ โดยหมู่บ้านอิมาริ (Imari) ขึ้นชื่อทางด้านศิลปะ โดยมีงานเซรามิกชั้นดี “Imari-Yaki” ออกมาแน่นอน โดยหมู่บ้านที่ถ่ายทำเรื่องนี้คือโอคาวะชิยามะ (Okawachiyama) ที่ทั้งหมู่บ้านเต็มไปด้วยงานเซรามิก

kolkimono-imari-2

 

แม้แต่กำแพงก็ทำจากดินเผาและเครื่องใช้เซรามิกสวยงามไปตลอดทาง ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีบ้านเรือนอยู่หลายหลัง ทำการค้าเครื่องเซรามิกเป็นหลักมีตั้งแต่ จาน ชาม แก้ว กระดิ่งลม ที่วางตะเกียบ แจกันและอื่นๆอีกมากมาย มีพิพิธภัณฑ์ และเตาเผาที่ใช้กันมาตั้งแต่อดีตให้ชมซึ่งหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 300กว่าปี

และทุกปีก็จะมีเทศกาล Furin-Matsuri หรือเทศกาลกระดิ่งลมด้วย ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนสิงหาคมเป็นฤดูร้อนของญี่ปุ่นพอดี

kolkimono-imari-1

การเดินทาง หากคุณเดินทางด้วยรถไฟมาจากจากสถานีซะงะ (SAGA) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจากสถานีคะระซึ (KARATSU) จะใช้เวลา 40นาที แต่หากคุณเดินทางมาจากสถานีฮากะตะให้เดินทางดังนี้ครับ

  • ออกเดินทางจากสถานี HAKATA ด้วยรถไฟขบวน LTD. EXP KAMOME > ลงที่สถานี SAGA แล้วเปลี่ยนขบวนรถไปสาย JR Karatsu Line > ลงที่สถานี YAMAMOTO(SAGA) แล้วเปลี่ยนขบวนรถไฟไปสาย JR Chikuhi Line > ลงสถานี IMARI

เมื่อมาถึงสถานีแล้ว ให้นั่งรถบัสสาย Saihi ไปลงที่ป้าย Ookawachiayma หรือใช้บริการแท็กซี่ก็ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้วครับ

***********************************

เป็นอย่างไรบ้างครับ ที่เที่ยวแต่ละที่ น่าตามรอยกันไหมครับ 🙂

 

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่าน Facebook

แสดงความคิดเห็น

Be the first to comment

Leave a comment

Your email address will not be published.


*