ย้อนรอยคดีแพรวา สาวซีวิคชนรถตู้ตกโทลเวย์ 27 ธันวาคม 2553

หลังจากที่วันนี้ (26 พฤศจิกายน 2558) ทางศาลแพงได้สั่งให้แพรวา สาวขับรถซีวิคชนรถตู้บนทางด่วนโทลเวย์เมื่อ 5 ปีก่อน ให้ชดใชเงิน 30 ล้านบาทให้กับญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ วันนี้ Zcooby ขอย้อนรอยคดีนี้ เพื่อให้หลายๆ ท่านที่อาจจะไม่ทราบความเป็นมาของเหตุการณ์นี้ได้ทราบกันนะครับ

จุดเริ่มต้นของคดีนี้

ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลาประมาณ 21:00 ได้เกิดเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ซึ่งขับโด นางสาวอรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ซึ่งขับมาด้วยความเร็วสูง พุ่งเข้าชนท้ายรถตู้สาธารณะซึ่งมีผู้โดยสารจำนวน 14 คนเต็มคันรถ ซึ่งเดินทางมาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (ปลายทางคือ สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต) โดยผู้โดยสารส่วนมากเป็นนักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่เลิกเรียนและเลิกงาน จะเดินทางกลับภูมิลำเนา ก่อนวันหยุดยาวช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่

โดยจุดที่ชนนั้นอยู่ตรงบริเวณทางยกระดับอุตราภิมุข ซึ่งอยู่สูงยี่สิบเมตรเหนือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดต่อกับสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และบริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทย) จำกัด แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ในขณะที่เกิดการชนกันนั้น หลังรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพุ่งเข้าชนท้ายรถตู้ เป็นเหตุให้รถตู้เสียหลัก พลิกคว่ำไปชนขอบกั้นคอนกรีต ของทางยกระดับอุตราภิมุข และฟาดกับเสาไฟฟ้า ก่อนคว่ำลงกับพื้นในลักษณะตะแคง กระจกแตก และประตูเปิดออ แรงเหวี่ยงส่งผลให้ผู้โดยสารบางส่วนกระเด็นจากรถ กระแทกพื้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 บางส่วนปลิวตกลงไปในคลองหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีคนหนึ่งกระเด็นไปกระแทกสะพานลอย ใต้ทางยกระดับอุตราภิมุขจนเสียชีวิต โดยที่ศพเกี่ยวห้อยคาอยู่บนราวสะพานในที่นั้น ขณะที่อีกส่วนยังอยู่ในรถตู้

เวลา 21:41 น. คณะสืบสวนของพันตำรวจโท ฉัตรชัย พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลฮอนด้า รุ่นซีวิคสีขาว คันที่ก่อเหตุจอดอยู่กลางถนน สภาพหน้ารถพังยับเยินและล้อหลุด ส่วนผู้ขับขี่สอบถามทราบชื่อว่า อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา กำลังยืนพิงขอบทางยกระดับอุตราภิมุขบริเวณข้างตัวรถ ขณะที่ใช้โทรศัพท์มือถือแบล็กเบอร์รีและพบรถตู้ที่ประสบเหตุกำลังพลิกคว่ำ สภาพท้ายรถพังยับเยิน นอกจากนี้ ยังพบศพผู้เสียชีวิตกระจายเกลื่อนอยู่บนทางคู่ขนาน ตั้งแต่ช่วงหน้าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ มาถึงประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นับได้ทั้งหมด 8 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บมีจำนวน 7 คน รวมทั้งอรชรด้วย เจ้าหน้าที่และพลเมืองดี ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลวิภาวดีที่อยู่ใกล้เคียง ต่อมาจันจิรา ซิมกระโทก ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุนี้ เสียชีวิตลงอีกรายหนึ่ง

โดยสรุปเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บ 6 คน

มุมมองของสังคมออนไลน์ต่อคดีนี้

อุบัติเหตุครั้งนี้ เป็นเหตุให้สังคมออนไลน์ พากันวิพากษ์วิจารณ์อรชร อย่างกว้างขวางไปในทางลบ โดยบางกลุ่มในจำนวนดังกล่าวเรียกร้องให้ภาครัฐ ดำเนินกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนี้ อย่างโปร่งใสและเป็นกลาง

เนื่องจากอรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา (แพรวา) ผู้ก่อเหตุ นั้นเป็นบุตรของ พันเอกรัฐชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา อีกทั้งยังเป็นน้องสาวของ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา นักแสดงวัยรุ่น รวมทั้งเป็นหลานของ วรัญญู เทพหัสดิน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคไทยรักไทย และ กนก เทพหัสดิน ณ อยุธยา เจ้าของนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี

และอีกประเด็นก็คือ อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา มีอายุเพียงสิบเจ็ดปี ย่อมปรากฏชัดว่า ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ซึ่งจะออกให้สำหรับบุคคลอายุสิบแปดปีขึ้นไปเท่านั้น

และผลจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ส่งผลให้ภาครัฐพิจารณาออกกฎหมาย บังคับให้ผู้โดยสารรถสาธารณะ ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกคนด้วย

หวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ จะช่วยเตือนความทรงจำของเราที่จะไม่ประมาทในการใช้รถใช้ถนนนะครับ

 

Be the first to comment

Leave a comment

Your email address will not be published.


*


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.