คลิปแตงโมแถลงข่าว 7 กรกฎาคม 2558

By | July 7, 2015

หลังจากที่ได้มีข่าวเรื่องของดาราสาว “แตงโม ภัทรธิดา” กินยานอนหลับเกินขนาด เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2558 ซึ่งหลังจากที่มีข่าวว่าอาการดีขึ้นแล้ว ทางดาราสาวได้แจ้งว่า จะมีการแถลงข่าว  เวลา 15.00 น. ณ โรงพยาบาลเกษมราชประชาชื่น ในวันที่ 7 มิถุนายน 2557 นี้ ทาง Zcooby เลยอยากจะขอนำคลิปการแถลงข่าวมาฝาก สำหรับผู้ที่สนใจครับ

โดยการแถลงข่าวนี้จะเป็นการเปิดเผยจากทางแตงโมเอง พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าทางอาการจากผลของการรับประทานยานอนหลับเกินขนาดจากทางแพทย์เจ้าของไข้

คลิปแตงโมแถลงข่าว 7 กรกฎาคม 2558

ที่มา : ช่องรายการ Super บันเทิง ทาง Youtube

ถ่ายทอดสดแตงโมแถลงข่าว 7 กรกฎาคม 2558

แถลงการณ์ล่าสุด

โดยแพทย์ผู้รักษาเปิดเผยว่า อาการของแตงโมตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ความรู้สึกตัว ชีพจรต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ พ้นขีดอันตราย เนื่องจากแตงโมมีโรคเกี่ยวกับด้านจิตใจอยู่แล้ว ต้องดูแลรักษาต่อเนื่อง ถ้าระวังต้องดูแลเรื่องจิตใจเป็นหลัก อะไรที่กระทบต้องหลีกไป

เนื่องจากการทานยามากเกินขนาดทำให้รู้สึกตัวน้อยลง มีการกดทับของหัวใจอาจทำให้หัวใจล้มเหลวได้ ประมาณ 10 เม็ดที่ทาน ถือว่ามากทีเดียว การรู้สึกตัวน้อยมาก ไม่สามารถให้ข้อมูลและตอบสนองอะไรได้ ถ้านำมาส่งรพ.ไม่ทัน อาจเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ

ขณะที่สาว “แตงโม ภัทรธิดา” ซึ่งระหว่างการแถลงข่าว มีน้ำตาตลอดเวลา กล่าวว่า ต้องขอโทษทางรพ.ที่มีรูปหลุดออกไปจากเพื่อนสนิท จริงๆ ไม่สามารถมีรูปแพร่ออกไปได้ ต้องขอโทษแทนเพื่อนหนูด้วย ตอนที่เข้ามาไม่รู้เรื่องหรือรู้สึกตัวอะไรแล้ว เลยควบคุมไม่ได้ พอทราบข่าวก็ให้เพื่อนลบออกเพราะอาจจะเกิดผลเสียต่อรพ. ในเหตุผลนั้นเขาบอกว่า ทนเห็นหนูในสภาพนี้ไม่ไหวเหมือนกัน เขาอยากจะให้เห็นในมุมอ่อนแอของหนูบ้าง

ส่วนเรื่องของตัวหนูเอง มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว การที่ได้รับคำพูดหรือเหตุการณ์ช่วงนี้ค่อนข้างจะหนักมาก ภายนอกดูเหมือนจะยังไหว แข็งแรง แต่ข้างในอ่อนแอมาก ไม่ค่อยได้เล่าให้ใครฟัง แม้แต่คุณพ่อ เลยมีวินาทีที่ขาดความยั้งใจ ขาดสติ จากการน้อยใจ ไม่อยากจะอยู่รับรู้อะไรหลายๆ เรื่อง

หลายคนสันนิษฐานว่าเป็นเพราะคำพูดของคุณโตโน่ในคอนเสิร์ตหรือเปล่า เป็นแค่เรื่องหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามันค่อนข้างคลุมเครือที่เราแยกกันอยู่ ก่อนที่เราจะห่างกัน มันมีเรื่องที่เราไม่เข้าใจกันบ้าง สุดท้ายก็เข้ากันไม่ได้ คุณโตโน่เลยตัดสินใจแยกออก แต่ของไม่ได้เอาไป หนูอยู่ในที่เดิมๆ ต้องนอนคนเดียวในที่เดิมๆ

ตั้งแต่มีข่าวว่าเราห่างกัน หนูก็พยายามติดต่อไปให้กำลังใจ แต่ว่าในส่วนของตัวหนู ต้องทนกับสภาพและอาการของหนู ที่ทำงานหนักและไม่ได้คุยกัน มันค่อนข้างหนักในชีวิตหนู หนูเป็นคนหนึ่งที่ตกปากรับคำที่จะแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่ง สุดท้ายชีวิตครอบครัวไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด

คนที่ทุ่มเทให้ความรักมากๆ มักจะผิดหวัง เวลาหนูส่งอะไรไปเขาอ่านแต่ไม่เคยตอบ 3 เดือนได้แล้วมั้งคะ แต่ทุกครั้งที่เราให้สัมภาษณ์ เราบอกห่างกัน แต่ไม่มีใครพูดหย่าร้างจากปากเลย เลยทำให้ไม่สามารถพูดตรงไหนได้ และไม่รู้จะตัดสินใจยังไง

ในชีวิตที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้แต่งงานกับผู้ชาย และมอบชีวิตให้พระเจ้า พอเกิดการหย่าร้าง ผู้หญิงไม่สามารถจะมีคนใหม่ได้ หนูยึดถือในตรงนี้ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ เชื่อมาตลอดว่าจะกลับมาเป็นครอบครัวได้อีก

ครอบครัวหนูเจออะไรหลายอย่าง แฟนคุณพ่อเพิ่งเสียพี่สาวไป และกำลังจะเสียคุณแม่ หนูไม่รู้จะมองไปทางไหน ที่มีคนคุยด้วย ปรับทุกข์ด้วย หนูมีพระเจ้า มีเพื่อน มีพ่อ ที่ควรนึกถึง แต่ตอนนั้นหนูไม่ทันคิด คนที่เจ็บที่สุดคือพระเจ้ากับคุณพ่อหนู หนูไม่คิดว่าหนูจะฟื้นขึ้นมาอีก หนูขอโทษทุกคนที่ทำให้ผิดหวัง ขอโทษผู้ใหญ่ที่ทำให้มีผลกระทบ ขอโทษพ่อ (กอดคุณพ่อร้องไห้)

พ่อ: ในชีวิตครอบครัวเรามีกันอยู่แค่สองคนตั้งแต่เล็กๆ ผมเสียใจครับ

หลังจากเกิดเรื่องโตโน่ได้ติดต่อมาไหม?

แตงโม: (ส่ายหัว) หลังจากนี้หนูยังไม่กล้าพูดอะไร แต่คงตัดใจและเดินหน้าต่อ ไม่รู้ว่าจะทำได้ไหม

พ่อ: เพื่อไม่ให้ใครผิด เมื่อคืนโตโน่โทรมาแต่พ่อไม่รับสาย พ่อไม่ได้โกรธ แต่เขาไม่ใช่คนในครอบครัวแล้ว เรามีกันอยู่สองคน เขามาก็ต้อนรับ พอไปก็ไม่ใช่

ถ้าเขาจะเข้ามา ต้องมาคุยกันใหม่?

แตงโม: เราไม่เคยห่างกันไปนานขนาดนี้ คุณพ่อเคยขอบคุณเขาที่อยู่เคียงข้างหนู เวลาหนูไม่มีใคร ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คิดฆ่าตัวตาย ครั้งแรกที่คบกันหนูก็โดนด่า พอห่างกันหนูก็โดนด่า เหมือนหนูเป็นจำเลยของสังคม ทำอะไรก็โดนด่า

หลังจากนั้นเรากลับมาปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง และพร้อมเริ่มใหม่ หนูก้มลงกราบขอโทษแม่น้อย แม่น้อยก็ให้บอกว่าเจริญๆ ไม่รู้ว่ามันเป็นสัญญาณการห่างหรือเปล่า หนูก้มลงกราบตักโตโน่ เขาก็ให้หนูเดินตามทางพระเจ้าอย่างที่ตั้งใจ หนูไม่รู้ว่าจริงๆ คำตอบคืออะไร เราเลิกกันแล้วหรือยัง หนูสับสน

เคยง้อเขาไหม?

แตงโม: หนูทำแล้วทุกวิถีทาง ทำแล้วจริงๆ มันเป็นมรสุมชีวิต หนูบอกเขาเสมอว่าพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน หนูรักเขาเสมอ หนูไม่เคยมีประสบการณ์แต่งงาน หนูแต่งงานแค่ครั้งเดียว ขอบคุณคนรอบข้างมากที่เข้าใจ และไม่ซ้ำเติม

คนที่คิดสั้นไม่มีใครคิดว่าตัวเองจะฟื้นมาอีก ตัวหนูจะพยายามประคับประคอง ไม่ให้หนูอ่อนแอจนเกินไป ถ้าไม่มีอะไรมาทำให้กระทบกระเทือนจากคนที่เป็นหัวใจของหนู หนูจะไม่มีทางทำแบบนี้ หนูยังยืนยันกับทุกคำพูดที่เคยให้ไว้ ที่ข้อมือหนูก็ไม่รู้ว่าทำอะไรลงไป ขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยชีวิตหนู หนูไม่ได้เปิดดูเลย

คุณหมอ: แผลที่ข้อมือไม่ลึกมากครับ ตื้นๆ รอยเดียว ไม่ต้องเย็บ หลังจากนี้ก็ให้พักรักษาตัว 2-3 วัน ก็จะกลับไปใช้ชีวิตปกติได้

แตงโม: ขอบอกเลยนะคะคนที่ปลอมโซเชียลหนู หนูเล่นไอจีแค่อย่างเดียว ไม่มีการอัพเดตอะไรมาหลายวันแล้ว ที่บอกผจก.มาโพสต์ก็ปลอมค่ะ

สำหรับตัวหนู หนูต้องยอมรับความจริงทั้งสองด้าน คนที่ให้กำลังใจหนูต้องขอบคุณมาก ส่วนคนที่เหยียบย่ำซ้ำเติม ถ้าเกิดไม่เกิดกับตัวคงไม่รู้ ว่าคนที่อ่อนแอมากๆ แต่พยายามเข้มแข็ง หนูให้อภัย ใครที่ต่อว่าโตโน่อย่าไปว่าเขาเลย เป็นที่หนูเองที่เข้มแข็งไม่พอ

อยากให้สนับสนุนให้เขาเดินตามความฝัน และมีที่ยืนในสังคม โน่เดินออกไปจากบ้านเองโดยที่มีหนูเป็นสาเหตุ แต่ไม่ขอลงลึกค่ะ ไม่เคยรู้สึกเสียใจที่แต่งงานและคบกับเขา รู้สึกภูมิใจมากที่สุด ไม่งั้นคงไม่มีชื่อเขาลงบนเรือนร่างหนู ถ้าเขาบอกเลิกก็ต้องรับให้ได้ค่ะ

ฝากบอกอะไรถึงเขา?

หนูได้พิมพ์บอกคร่าวๆ ไปแล้วว่า ถ้าหนูทำอะไรผิดไป ขอโทษ และขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตหนู หนูยังเป็นกำลังใจให้ อยากให้เขาเดินตามความฝัน มีหลายเรื่องที่เกี่ยวกับเขาแต่ไม่สามารถพูดได้ เพราะมันขัดแย้งกัน

งานด้านละคร?

แตงโม: พยายามทำให้ร่างกายแข็งแรงและออกไปทำงานให้เร็วที่สุด

เหตุผลที่ไม่ได้จดทะเบียน?

แตงโม: เราไม่ได้จดทะเบียนกันค่ะ แต่ได้อยู่กินฉันท์สามีภรรยา การจดทะเบียนสมรสเป็นเรื่องของเอกสารมากกว่าค่ะ ที่ทำให้ไม่รีบเร่งจด ก่อนหน้านี้ที่เราใช้คำว่าหมั้น เพราะต้องรักษาสภาพจิตใจแฟนคลับค่ะ แต่พิธีทุกอย่างก็เหมือนพิธีแต่งงาน จากนี้ของเขาก็ยังไว้เหมือนเดิม แต่ต้องรอดูอีกที

แตงโม: เรื่องมือที่สามไม่มีแน่นอน สิ่งที่ทำร้ายจิตใจหนูไม่ใช่คำพูดบนเวที มันเป็นเรื่องหลังไมค์มากกว่า เกี่ยวกับคำมั่นสัญญา อะไรพวกนี้ อีกอย่างโมก็ไม่เคยพูดว่าโสด

อยากฝากอะไรถึงประชาชน ?

อย่าทำแบบหนูเลยค่ะ มันเป็นสิ่งที่บาปมาก บาปที่สุด คนหลายคนมีให้เราเป็นตัวอย่าง ถ้าฟื้นแล้วสติไม่ได้กลับมา อาจจะเสียคนไปเลยก็ได้ มันเป็นความคิดที่โง่มาก ห้ามทำนะคะ ไม่ใช่แค่ฆ่าตัวเรา แต่มันยังฆ่าคนรอบข้าง ฆ่าตัวตายเขาไม่รัก ก็ไม่กลับมาค่ะ

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่าน Facebook

แสดงความคิดเห็น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *