“ปลดออก” = ลาออก หรือ ไล่ออก ? กรณีลงโทษข้าราชการ

หลังจากที่มีข่าวทางคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยร้ายแรง มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ให้ลงโทษ “ปลดออก” แทนการ “ไล่ออก” กรณีนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ก่อคดีลักภาพวาดในโรงแรมที่ประเทศญี่ปุ่น หลายคนอาจจะสงสัยว่า โทษปลดออก ต่างจากไล่ออกอย่างไร? “ปลดออก” = ลาออก หรือ ไล่ออก ? ในกรณีของ ลงโทษ “ปลดออก” แทนการ “ไล่ออก” นายสุภัฒ สงวนดีกุล นั้น นายสุภัฒจะยังมีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญ รวมถึงสิทธิในการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย ซึ่งเมื่อตรวจสอบ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน มาตรา 97 วรรคสี่ระบุว่า “ผู้ใดถูกลงโทษปลดออกให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ” ส่วนการลงโทษ “ไล่ออก” หรือ “โทษให้ออก” นั้น ผู้ถูกลงโทษ จะไม่ได้บำเหน็จ บำนาญหรือสืทธิประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้น “ปลดออก” = “ลาออก” = ยังมีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญ,รักษาพยาบาล  

หนังสือลงโทษ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ไล่ออกจากราชการ (เนื้อหา)

สำหรับผู้ที่ทราบข่าวเรื่องการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มีหนังสือลงโทษ อาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ตำแหน่งอาจารย์ สังกัดภาควิชาประวัติศาตร์ คณะศิลปศาสตร์ ไล่ออกจากราชการ วันนี้ทาง Zcooby ได้นำเอาเนื้อหาในจดหมายฉบับนั้นมาแชร์ให้ทราบครับ หนังสือลงโทษ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ไล่ออกจากราชการ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ##################################################### คำสั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ ๓๕๖/๒๕๕๘ เรื่อง ลงโทษไล่ออกจากราชการ ด้วยอาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตำแหน่งอาจารย์ สังกัดภาควิชาประวัติศาตร์ คณะศิลปศาสตร์ เลขที่อัตรา ๒๗๙๓ อัตราค่าจ้าง ๓๗,๔๘๐ บาท ได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์เมื่อได้รับบันทึกฉบับลงวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๗ จากหัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ แจ้งให้ทราบถึงการพิจารณาอนุมัติการลาไปปฎิบัติงานในประเทสเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการระหว่างวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ว่าการพิจารณาเป็นไปด้วยความล่าช้าและระยะเวลาได้ล่วงเลยไปถึง ๖ เดือนแล้วยังไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากมหาวิทยาลัย และแจ้งให้อาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล … Read more

ติดแชทจนโดนไล่ออกจากงาน!! เป็นเรื่องจริงหรือไม่? (พร้อมคำพิพากษาศาลฎีกา)

วันนี้ผมได้รับข้อความจากไลน์มีรายละเอียดเกี่ยวกับคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับกรณีที่มีคนยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อฟ้องนายจ้างว่าไล่ตนออกเนื่องจากการเล่นเน็ต แชต ไม่เป็นธรรม หลายคนก็เลยอาจจะคิดสงสัยว่า เฮ้ย แค่เล่นแชทในเวลางาน จะถูกไล่ออกได้จริงๆ เหรอ คำพิพากษาฎีกาที่อ้างมาจริงหรือเปล่า? วันนี้ Zcooby หาคำตอบมาให้ทราบกันนะครับ โดยเนื้อในข้อความจากไลน์มีดังนี้ครับ คำพิพากษาฎีกา ที่ 2564/2557 โจทย์เป็นพนักงาน ฟ้องนายจ้างเป็นจำเลยว่าไล่ออกเนื่องจากการเล่นเน็ต แชต ไม่เป็นธรรม ศาลฎีกาพิพากษา เนื่องจากเวลาทำงาน โจทก์เล่นเน็ตพูดคุยในเรื่องส่วนตัวเป็นประจำเกือบทุกวัน วันละเป็นชั่วโมงก็มี ถือว่าโจทก์ใช้เวลาทำงานของจำเลยไปในเรื่องไม่เกี่ยวกับงาน กรณีเช่นนี้เป็นการกระทำอื่นอันไม่สมควรแก่การปฎิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จำเลยชอบที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้ทันทีโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และการที่โจทก์ใช้เวลางานของจำเลยทำเรื่องส่วนตัวย่อมทำให้จำเลยได้รับความเสียหายจึงเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควร จึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทาง Zcooby ก็สงสัยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ก็เลยหาข้อมูลเกี่ยวกับ คำพิพากษาฎีกา ที่ 2564/2557 ก็พบว่า มีคำพิพากษานี้อยู่จริงๆ ครับ ในกรณีที่ลูกจ้างแชทหรือเล่นอินเตอร์เน็ตในเวลาทำงานนายจ้างจะไล่ออกจากงานได้หรือไม่? และต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่? คำตอบก็คือ นายจ้างไล่ลูกจ้างออกจากงานได้ทันที โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย รายละเอียดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฉบับล่าสุด ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2564/2557 เราลองไปดูเนื้อหาของคำพิพากษานี้ดูนะครับ (หากใครงงกับภาษากฎหมาย อ่านแต่ส่วนตรงที่เราเน้นข้อความแล้วกันนะครับ **************************************************** คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2557 … Read more